นของโลกเท่านั้น
เธอไม่ใช่คนเดียวที่อยู่ในสถานการณ์นี้ เนื่องจากหลายคนก็ไม่รู้เหมือนกันควินน์ก็อยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันเขาเคยได้ยินคำว่าแวมไพร์ แต่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับพวกมันมากนัก ดังนั้นเขาจึงต้องพึ่งพาเลย์ล่าให้อธิบายให้เขาฟัง
ด้วยคำสารภาพนั้น คนอื่นๆ ก็เริ่มอธิบายให้เธอฟังอย่างช้าๆ ว่าแวมไพร์คืออะไรว่าพวกมันอ่อนแอในแสงแดด และที่สำคัญที่สุด พวกมันต้องการเลือดมนุษย์เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปข่าวทั้งหมดนี้สร้างความตกใจให้กับเอรินมาก เพราะมันฟังดูไม่จริงในความคิดของเธอ
“นี่คือสิ่งที่พวกนายคิดขึ้นมาเพื่อพยายามหาข้ออ้างว่าทำไมควินน์ถึงไม่ใช้พลังของเขา” เธอกล่าว“เอาล่ะ ฉันไม่เชื่อหรอกฉันไม่เชื่อว่ามนุษย์ที่ต้องการเลือดเพื่อความอยู่รอดมีอยู่จริงถ้ามีสิ่งมีชีวิตอย่างแวมไพร์ ทำไมพวกมันถึงยังไม่เปิดเผยตัวต่อโลก?”
จากนั้นเอรินก็เดินไปที่ประตู ดึงมันเปิดออกก่อนจะพูดคำสุดท้ายของเธอ
“พวกนายทำให้ฉันผิดหวังฉันเริ่มคิดว่าพวกเราเป็นทีม ไม่ใช่พวกโกหก”
ด้วยคำพูดนั้น เธอก็ปิดประตูตามหลังและเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“นายคิดว่าเธอจะบอกใครไหม?” ควินน์ถาม
“ล้อเล่นเหรอ? ด้วยปฏิกิริยาแบบนั้นน่ะเหรอ?” วอร์เดนตอบ“เธอเองยังไม่เชื่อเลยเธอจะโน้มน้าวให้ใครเชื่อว่าเธอเป็นผู้ชายได้ง่ายกว่าการโน้มน้าวว่านายเป็นแวมไพร์เสียอีกเอาล่ะ เราคาดหวังให้เธอมีปฏิกิริยาแบบไหนล่ะ? ‘โอ้ ไม่เป็นไร นายเอาเลือดฉันไปได้ทุกเมื่อเลยนะ?’เ