วบิดขี้เกียจ เมื่อเหลือบไปเห็นมดบนพื้น ก็อดไม่ได้ที่จะยื่นกรงเล็บไปเขี่ยอีกครั้ง ให้มันล้มลง
นับเป็นเรื่องตามธรรมชาติ และเป็นสัญชาตญาณ ไม่อาจควบคุมมือตนเองได้เลยจริงๆ
นางลุกขึ้นเดินตามนักพรตไป ระหว่างที่นักพรตวางถุงใส่ผ้าไว้บนหลังม้า ก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองมดเหล่านั้น
พวกเขาเริ่มเดินทางไปตามทางหลวงและมาถึงทางแยกอีกครั้งอีกครั้ง ครั้งที่แล้วเดินไปทางซ้าย แต่ครั้งนี้พวกเขาตั้งใจจะเดินไปทางขวา เสียงกีบม้าและเสียงกระดิ่งจึงกลายเป็นเสียงประจำยามบ่ายนี้ไปโดยปริยาย
ไม่กี่วันต่อมาที่อำเภออันหมิน
องค์หญิงฉางผิงมีสภาพเป็นไปตามที่นางกล่าวไว้จริงๆ หลังจากที่ถูกปราณภูตผีของเฟิงโจวกัดกินและต้องเดินทางข้ามเทือกเขาเหยาโจวที่เต็มไปด้วยหมอกพิษ เมื่อมาถึงเหยาโจวก็ล้มป่วยเพราะไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศ และเกรงว่าความจริงเรื่องปีศาจจิ้งจอกคงส่งผลกระทบต่อความเย่อหยิ่งของนางไม่น้อย ระยะเวลาผ่านไปเพียงปีเดียว แต่นางกลับดูเหมือนชราลงสิบปี แทบจะมีสภาพเดียวกันกับเสด็จพ่อเมื่อครั้นยังครองราชย์บัลลังก์
ทว่าเมื่อทราบว่านักพรตมาเยี่ยม นางก็ยังคงแบกร่างกายอันอ่อนแอดุจไส้เทียนยามต้องลม ตั้งใจแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน พร้อมให้การต้อนรับเขาด้วยตนเอง เพราะความเคารพและความอยากรักษาศักดิ์ศรีของอดีตองค์หญิงแห่งต้าเยี่ยนไว้
เดือนสาม รัชศหมิงเต๋อปีที่เก้า นักพรตเดินทางออกจากอันหมิน
หลังจากนั้นไม่นาน องค์หญิงฉางผิงก็สิ้นลมอ