หน้า ส่วนปีศาจจิ้งจอกนั้นกลายร่างเป็นรูปสลักหิน ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว
“แล้วหางของนางเล่า”
เสียงของแมวสามสีดังขึ้นข้างกาย
ตลอดหนึ่งปีมานี้ นอกจากแม่นางสามสีจะได้เล่นสนุก บำเพ็ญตบะและทำงานแล้ว นางก็มักจะไปเล่นกับหางของจิ้งจอกตัวนั้นอยู่อย่างมีความสุข อย่างน้อยหางของจิ้งจอกก็ยอมกินสิ่งที่นางจับมาให้
“หางของจิ้งจอกก็ต้องอยู่บนตัวจิ้งจอกเป็นธรรมดา” ซ่งโหยวตอบตามปกติ จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป ก่อนที่วิญญาณจำนวนมากจะคุกเข่าลงอีกครั้ง “ไปกันเถิด แม่นางสามสี”
“เหมียว!”
แมวสามสีรีบตามเขาไปทันที
ม้าสีน้ำตาลแดงและนกนางแอ่นก็ตามเขาไปติดๆ
องค์เทพเย่ว์หวังดื่มสุราในจอกจนหมด พระภิกษุผู้นั่งขัดสมาธิอยู่ในเมืองผีก็ทำท่าประสานมือพร้อมกับหลับตาลง แม้แต่รูปสลักจิ้งจอกก็คล้ายจะลืมตาขึ้น
แสงอาทิตย์ภายนอกเจิดจ้า สว่างจนแสบตา
เมื่อก้าวออกไปก็ได้เผชิญกับโลกภายนอกอันขาวโพลน
ดวงตาของแมวสามสีหดเหลือเพียงเส้นบางๆ ทันที ซ่งโหยวก็หรี่ตาลงเช่นกัน เมื่อสายตากลับมามองเห็นได้ชัดเจน ก็ได้ประจักษ์แสงอรุณอันสดใสของฤดูวสันต์