า”
“เป็นท่านผู้ดูแลหลัวนี่เอง”
ซ่งโหยวประสานมือคารวะแล้วติดตามเขาเข้าไป
บังเอิญกวาดสายตาไปเห็นเด็กชายที่พบกันระหว่างทางกำลังถูกนักยุทธ์วัยชราจับเนื้อตัวตรวจดู ขณะเดียวกันเด็กน้อยก็หันมาสบตากับเขาครู่หนึ่งด้วย
“ไม่ทราบว่าจอมยุทธ์ซูอยู่ที่ไหนหรือ”
“น่าเสียดายยิ่งนัก”
ผู้ดูแลหลัวเผยสีหน้าลำบากใจ แต่ไม่กล้ากล่าวว่าซ่งโหยวมาผิดเวลา ได้แต่เอ่ยว่า “ไม่กี่วันก่อน ได้ข่าวว่าในกวงโจวยังมีปีศาจหลงเหลืออยู่สองแห่ง เกรงว่าปีที่แล้วปราบไม่สิ้น ช่วงนั้นพวกมันอาจซ่อนตัวหรือฤดูกาลนั้นไม่เหมาะสม จนบัดนี้ถึงได้โผล่กลับมาอีก เจ้าสำนักได้ข่าวเข้าก็รีบรุดไปปราบปีศาจทันที”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ก็…เพิ่งออกเดินทาง…เมื่อสี่วันก่อนนี่เอง”
“ไม่อยู่ในสำนักหรือ”
“ใช่แล้ว” ผู้ดูแลหลัวไม่กล้าเงยหน้ามอง เพราะเคยได้ยินตำนานว่าผู้กล้าใจไม่ถึง หากเผลอมองเทพเซียนเข้าจะอายุสั้น แล้วรีบกล่าวต่อ “ท่านคงยังไม่ทราบ ก่อนหน้านี้ท่านเจ้าสำนักใช้เวลากว่าครึ่งปี ปราบปีศาจในกวงโจวจนแทบสิ้น จึงได้ตั้งสำนักขึ้นได้ และยังให้สัตย์ปฏิญาณไว้ว่า ‘ตราบใดที่เขาและสำนักยังคงอยู่ กวงโจวย่อมไม่ถูกมารปีศาจรุกรานอีก’”
“เช่นนั้นเอง”
ซ่งโหยวพยักหน้ารับ เข้าใจแจ่มชัด
อุทิศตนปกป้องแผ่นดินหลังบรรลุวิชาแล้ว ย่อมสมกับนิสัยอันหนักแน่นของเขา
“แล้วเจ้าสำนักไปที่ใดแล้วเล่า”
“ที่แรกคืออำเภอจี๋เยี่ยนทางตอนเหนือของกวงโจว ห่างออกไปสี่ร้อยลี้ มีปีศาจหนอนออกทำ