ด้เลย
ถ้ำสวรรค์สวรรค์ชมพูทวีปสาวัตถี!
พริบตานั้น หงเทียนก็แย่งชิงมหาวิหาร เจดีย์นับไม่ถ้วนออกมาจากถ้ำสวรรค์ยิ่งใหญ่นั้น ทว่าพุทธรัศมีเบื้องหน้ากลับไม่หม่นลงแม้แต่น้อย
“ท้ายที่สุด…ก็เป็นเพียงการจำแลง”
กายจริงพระตถาคตเห็นแล้วเพียงยิ้มบาง หาได้แสดงท่าทีต่อต้านใดๆ “ผลจากการจำแลง ย่อมมิอาจยืมใช้ความอัศจรรย์ได้โดยสมบูรณ์ การแย่งชิงย่อมมีขอบเขตจำกัด”
“แล้วเจ้าจะแย่งชิงได้สักเท่าใดกันเล่า?”
“เรามีโลกชมพูทวีปสาวัตถี กำเนิดบัวสี่หมื่นแปดพันดอก ศิษย์ใต้บารมีสามพัน ผู้ศรัทธานับไม่ถ้วน ทั้งหมดล้วนเตรียมไว้ให้เจ้า…ให้เจ้าแย่งชิงตามใจ”
สุ้มเสียงนั้นยังคงสงบนิ่ง ขณะพระองค์ก้าวตรงมาไม่หยุด
วินาทีถัดมา พลันเห็นเพลิงลุกพรึบ แปรเปลี่ยนเป็นกฎเกณฑ์หนึ่ง
[ผู้ที่ถูกข้าแย่งชิงสมควรที่จะได้รับโทษหนัก]
ทันใดนั้นเอง กายจริงพระตถาคตที่กำลังเดินตรงมาหาหงเทียนก็สะท้านสะเทือน ร่างทองคำสูงหกศอกผู้ปราศจากมลทินและธุลี ปรากฏแสงสวรรค์และเปลวเพลิงไหลพรั่งพร้อมในพริบตา
ทัณฑ์เพลิงสวรรค์เผากาย!
ทว่าถึงอย่างไร กายจริงพระตถาคตก็มิได้สั่นไหวแม้แต่น้อย เพียงประสานมือกักเก็บพุทธรัศมีไว้ตรงอก แขนสี่หมื่นแปดพันเส้นประสานมุทราต่างรูปพร้อมกัน
“สรรพสิ่งล้วนบริบูรณ์ มีเพียงสุขปราศจากทุกข์”
สิ้นวาจา รูปกายพระตถาคตก็พลันเลือนพร่าไป แล้วก้าวออกหนึ่งก้าว ใต้ฝ่าเท้าดอกบัวผลิบานทีละดอก แผ่ขยายไกลโพ้นตรงไปหาหงเทียน
ต่อมา ภาพกายจริงพระตถาคต