ๆ เช่นนี้ หากมิใช่เพียงอยู่เบื้องหลัง คอยผลักดันให้หงเทียนเดินหน้าสู่การแสวงหาโอสถทองคำอย่างเงียบเชียบ
แต่แผนย่อมไม่อาจสู้เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน
ระดับของหงเทียนนั้น สูงกว่าหงยวิ๋นชัดเจนถึงหนึ่งชั้น ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงผู้หนุนหลังซึ่งเป็นถึงเจินจวินคนหนึ่ง ทำให้ลวี่หยางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเปิดเผยไพ่ทั้งหมด
โชคยังดี… หงเทียนเชื่อฟังเขาจริง
แน่นอน ลวี่หยางก็ไม่เคยมีเจตนาจะวางกับดักในเรื่องแสวงหาโอสถทองคำกับอีกฝ่ายอยู่แล้ว อย่างไรเขาก็ยังต้องใช้หงเทียนเป็นหมากเพื่อออกเดินนำหน้า ทดสอบกับดักจากทุกฝ่ายแทนเขา
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็กล่าวเสียงราบเรียบขึ้นมาในทันที
“ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มาจากราชสำนักเซียน”
หงเทียนเมื่อได้ยิน ก็คิ้วขมวดทันที สีหน้าทวีความเคร่งเครียดขึ้นมา
“เจ้าหมายถึงมหาวิถีสวรรค์แคว้นอย่างนั้นหรือ? มันจะมีปัญหาได้อย่างไร? หากแม้แต่มันยังมีปัญหา ”
มหาวิถีสวรรค์แคว้นนี้ ก็คือบัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียนในประวัติศาสตร์เทียมเป็นเสาหลักที่ธำรงราชสำนักเซียนไว้ เป็นรากฐานในการปกครองสรรพสิ่งทั้งปวง
หากวันใดบัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียนนี้พังทลาย ราชสำนักเซียนก็จะล่มสลายลงในทันที การปกครองเหนือโลกทั้งหลายย่อมกลายเป็นเพียงฝันไร้สาระ
ดังนั้น ตามหลักการแล้ว นี่นับเป็นสิ่งสุดท้ายที่ไม่ควรเกิดปัญหาแม้แต่น้อย!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สีหน้าหงเทียนก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปทีละน้อยจนมืดมน
‘