งชูสามนิ้ว
“สามสิบเก้า”
“อะไรนะ?!” เซี่ยเจี้ยนกั๋วแทบกระโดดจากเก้าอี้
“สามสิบเก้า? นี่มันปล้นกันชัดๆ!”
เขามองลูกชายเหมือนมองคนบ้า
“พลาสติกก้อนนึงทุนห้าบาท เอ็งกล้าขายสามสิบเก้า? ใครมันจะซื้อ?!”
โจวอวิ๋นฟางก็ช่วยเสริม “ใช่ๆ อาตง สามสิบเก้าแพงไปนะ สิบกว่าบาทก็พอแล้วมั้ง”
เซี่ยตงกลับนิ่งสนิท
เขามองพ่อ แล้วพูดเน้นทีละคำ
“พ่อครับ เราไม่ได้ขายก้อนพลาสติก”
“เราขาย ‘ความเซอร์ไพรส์’ ขาย ‘เทรนด์’ ขายสกุลเงินทางสังคมของวัยรุ่น”
“เราจะเดินสายพรีเมียม ไม่ใช่ของแบกะดิน”
ภาพปี 2025 ชัดเจนในหัวเซี่ยตง
ร้านขายกล่องสุ่มในห้าง กล่องเล็กเท่าฝ่ามือ ราคา 59, 69 หรือเป็นร้อย
ไอ้พวก “IP” ดังๆ บางตัวยังไม่น่ารักเท่า “เจ้าส้มอ้วน” เลย
แต่วัยรุ่นก็แห่กันซื้อ เพื่อจะสุ่มหาตัวลับ ยอมจ่ายเงินเป็นฟ่อน
แน่นอน เศรษฐกิจและค่าครองชีพปี 2008 เทียบกับ 2025 ไม่ได้
ปีนั้น รายได้เฉลี่ยต่อหัวคนเมืองแค่หมื่นห้าพันกว่าหยวน
ราเมนหลานโจวชามละ 3-4 หยวน
ในบริบทนี้ ของเล่นราคา 39 หยวน ถือเป็น “ของฟุ่มเฟือย”
แต่เซี่ยตงรู้ดีว่า ทุกยุคทุกสมัย ไม่เคยขาดวัยรุ่นที่มีกำลังซื้อและยอมจ่ายเพื่อ “คุณค่าทางอารมณ์” (Emotional Value)
39 หยวน เป็นราคาที่เขาคิดมาดีแล้ว
มันเป็นจุดที่วัยรุ่นส่วนใหญ่เอื้อมถึงถ้าเขย่งนิดหน่อย แต่ก็แพงพอที่จะทำให้รู้สึกว่าของชิ้นนี้ “มีระดับ”
“พ่อ เชื่อผม”
เซี่ยตงมองตาพ่อที่เต็มไปด้วยความสงสัย ด้วยสายตามั่นคง
“ราคาน