ร่างท้วม ผมเผ้ายุ่งเหยิงมีคราบน้ำมันเปื้อน ใส่แว่นตาหนาเตอะ ดูเป็นคนไม่ค่อยดูแลตัวเอง
พอเห็นสองสามีภรรยาตระกูลเซี่ย เขาก็แค่พยักหน้าทักทายแบบทื่อๆ
“เหล่าจาง นี่ลูกชายฉัน เซี่ยตง เพิ่งสอบเอ็นทรานซ์เสร็จ” เซี่ยเจี้ยนกั๋วแนะนำ
จางเหว่ยหมิงหันมองเซี่ยตง สายตาหลังเลนส์แว่นสำรวจเด็กหนุ่มแวบหนึ่ง
“อ้อ” เขาตอบรับสั้นๆ แล้วทำท่าจะเดินหนี
“สวัสดีครับอาจาง” เซี่ยตงยื่นมือออกไปทักทายก่อน
จางเหว่ยหมิงชะงักไปนิด ดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่า “นายน้อย” คนนี้จะมีมารยาทขนาดนี้
เขาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเช็ดมือที่เปื้อนคราบน้ำมันกับกางเกงชุดหมี แล้วยื่นมาจับมือเซี่ยตงเบาๆ
ฝ่ามือของเขาหยาบกร้าน เต็มไปด้วยหนังด้าน
“ของเล่นพวกนี้ ถ้าขายในจีนน่าจะขายยากนะครับ” เซี่ยตงปล่อยมือแล้วหันไปมองตุ๊กตาในลัง
จางเหว่ยหมิงมองเขา แววตาแปลกใจนิดๆ ที่เด็กหนุ่มถามคำถามนี้
“อืม” เขาทำเสียงในลำคอ “รสนิยมคนละแบบ”
สั้น ได้ใจความ
เซี่ยตงพยักหน้า
จริงอย่างที่ว่า ของเล่นพวกนี้เป็นสไตล์ยุโรปจ๋า ตาโต จมูกโด่ง ไม่เข้ากับรสนิยมกระแสหลักของคนจีนในยุคนี้
จะหวังพึ่งสต็อกพวกนี้มาพลิกฟื้นโรงงานคงเป็นไปไม่ได้
ต่อให้เอาไปขายออนไลน์ในอีกสิบปีข้างหน้า อย่างมากก็เป็นได้แค่ “ของเล่นวินเทจ” ในกลุ่มเฉพาะกลุ่มเล็กๆ
เงินแค่นั้น ช่วยโรงงานนี้ไม่ได้หรอก
ต้องมีสินค้าตัวใหม่
สินค้าที่เปิดตลาดในประเทศได้ และต้องนำเทรนด์ด้วย
เซี่ยตงเริ่มมีแผนในใจ
เขาขอตัวไปเข้