“ข้ามีอะไรต้องกลัว? นางเป็น ‘อี๋เหนียงของท่าน ท่านเป็นสามีนาง ท่านคงไม่ไร้ยางอายถึงขนาดคิดจะให้ย้า หรือให้จวนโหวเลี้ยงดูอนุภรรยาให้ ท่านหรอกนะ? ใต้เท้าลู่ ท่านยังมียางอายอยู่บ้างหรือไม่?”
ลู่เจินเจินแค่นหัวเราะปฏิเสธค้านั้นอย่างสิ้นเชิง
อี๋เหนียงของลู่เจินเจินผู้นี้ นับเป็นคนเขลาเบาปัญญาคนหนึ่ง นับตั้งแต่คลอดลู่เจินเจินออกมา นางก็หมดความโปรดปราน นางจึง คิดมาตลอดว่าเป็นความผิดของลู่เจินเจิน
โทษว่าเป็นเพราะลู่เจินเจินเกิดมาเป็นลูกสาว ไม่ใช่ลูกชาย ลู่ อเจียง
ได้ไม่โปรดปรานนางแล้ว
พยเงินเงินเริ่มโตขึ้นมาหน่อย นางก็ใช้เงินเงินเป็นเครื่องมือเรียก
ร้องความสนใจ
เพื่อจะหลอกล่อให้ลู่ชื่อเจี้ยมาหาที่เรือน นางทําเรื่องสารพัด ไม่ว่าจะ เป็นการไล่ลู่เจินเจินออกไปยืนตากลมหนาวนอกเรือนครึ่งค่อนคืนในฤดู
หนาว หรือไม่ก็ให้ไปยืนตากแดดแผดเผาในฤดูร้อนอยู่บ่อยครั้ง
จนกระทั่งเห็นว่าต่อให้ลู่เงินเงินล้มป่วย ชื่อเจี้ยก็ไม่สนใจใยดี นาง
ถึงได้ยอมเลิกราไป
จวบจนลู่เจินเจินโตขึ้นมาอีกหน่อย เบี้ยหวัดรายเดือนที่มีให้อย่าง
น้อยนิดจนน่าเวทนาอยู่แล้ว ก็ยังถูกอี๋เหนียงรีดไถเอาไปจนเกลี้ยง
รีดไถไปทําอะไรน่ะหรือ? ก็เอาไปซื้อแป้งผัดหน้าชาดทาปากซื้อผ้าตัด ชุดใหม่มาแต่งสวยให้ตัวเองน่ะสิ
ไม่เคยสนใจเลยสักนิดว่าลู่เจินเจินจะกินอิ่มหรือนอนอุ่นหรือไม่
ยามที่อู่เจินเจินถูกพี่น้องรังแก ถูกบ่าวไพร่ดูแคลน อี้เหนียงผู้นั้นไม่ เคยออกหน้