พอพูดถึงเรื่องการแต่งงานของคุณหนูสกุลลู่ทั้งหลาย คุณหนูใหญ่
คุณหนูสาม และคุณหนูสี่ต่างแสดงท่าทางขัดเขิน แต่สายตากลับจ้องมอง ลู่เจินเจินอย่างกระตือรือร้น
โดยเฉพาะคุณหนูสาม ‘ลู่เหลียนเหลียน’ ถึงกับเข้ามาเขย่าแขนเสื้อ ลู่เจินเจินพลางออดอ้อน
“พี่รอง หากท่านช่วยเจรจาหาคู่ครองดีๆ ให้พวกข้าได้ พวกข้าพี่น้อง จะจดจําบุญคุณของท่านไปชั่วชีวิต!”
ลู่เจินเจินยังคงปล่อยให้น้ําตาไหลพรากต่อไป….
หวังชื่อกลอกตาไปมา เริ่มวาดขนมเปี๊ยะ [1] ในอากาศต่อทันที
“คุณหนูรอง พวกเราคนกันเองไม่ต้องพูดจาแบ่งเบาแบ่งเราหรอก หากเจ้าสามารถติดต่อทาบทามการแต่งงานอันประเสริฐให้พี่น้องของเจ้าได้
สักคน ข้าจะเปลี่ยนเรือนที่ใหญ่ขึ้นให้อี๋เหนียงของเจ้าทันที แล้วจะเพิ่มข่าว
ไพร่ไปคอยปรนนิบัตินางอีกสองคนด้วย”
“หากหาเจ้าหาบ้านที่คู่ควรให้ได้ถึงสองคน ข้าจะเลื่อนตําแหน่งให้
เหนียงของเจ้าขึ้นเป็น กุ้ยเขี่ย [2]
แต่ถ้าเจ้ามีความสามารถหาคู่ครองที่เพียบพร้อมให้พี่น้องทั้งสามของ
เจ้าได้ครบทุกคน และตกลงปลงใจตบแต่งกันได้จริง ข้าจะให้ท่านพ่อของเจ้า จดชื่อ หลิวเกอเอ๋อร์ ให้เป็นบุตรในนามของ เหนียงของเจ้า เพื่อให้นางมีที่ พึ่งพิงยามแก่เฒ่า เจ้าว่าดีหรือไม่?”
ลู่เจินเจินฟังแล้วอดหิ่งไม่ได้ หวังชื่อช่างเรียนรู้ได้ด้วยตนเองโดยไม่ ต้องมีใครสั่งสอน ถึงขนาดกําหนดตัวชี้วัดความสําเร็จ (3) ขึ้นมาได้เองเชียว
หรือนี่!
ทักษะการ ‘วาดขนมเปี๊ยะให้คนหิว’ ของน