“รับทราบขอรับ บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้… เอ๊ะ ไม่ต้องสนใจหรือ
ขอรับ?” ต้าหม่านมีสีหน้างุนงง
ด้วยสามีภรรยาเปรียบเสมือนคนคนเดียวกัน หากชื่อเสียงของสะใภ้สี่
มัวหมอง ย่อมส่งผลกระทบถึงท่านอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง ไฉนเจ้านายถึงสั่ง ให้ไม่ต้องสนใจเล่า?
ตาหม่านแสดงออกชัดเจนว่าไม่เข้าใจ
แต่เขามีข้อดีอย่างหนึ่ง คือเจ้านายสั่งคําไหนย่อมเป็นคํานั้น ต่อให้ไม่
เข้าใจก็จะไปทํา เขาพยักหน้ารับอย่างห่อเหี่ยว “บ่าวทราบแล้วขอรับ”
ในขณะในจังหวะที่เขากําลังจะถอยออกไป ปู่จื่ออี้ก็สําทับขึ้นอีก
ประโยค “ข่าวลือนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปนอกจวนเด็ดขาด มิฉะนั้นข้าจะเอา
เรื่องเจ้าแต่เพียงผู้เดียว!”
ต้าหม่านชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่นานก็เข้าใจความหมาย
เขายืดอกขึ้นทันที “ท่านสี่วางใจได้เลยขอรับ ในเมื่อท่านสั่งห้ามมิให้ รั่วไหลออกไปภายนอก บ่าวรับรองว่าจะไม่มีหลุดออกไปแม้แต่ครึ่งคําขอรับ!”
พูดจบ เขาก็ถอยออกไปอย่างนอบน้อม
หลังจากบ่าวคนสนิทถอยออกไปแล้ว ฟู่จืออี้นั่งนิ่งอยู่ครึ่งค่อนวัน
ตําราในมือกางค้างไว้ไม่ได้พลิกอ่านเลยแม้แต่หน้าเดียว
จนกระทั่งคนจากเรือนหลานชื่อมาสอบถาม เพื่อแจ้งเตือนว่า วัน พรุ่งนี้คือวันกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม [1] และกําชับว่าไม่ว่าอย่างไร ฟู่จืออี้จะต้อง กลับไปบ้านสกุลลู่กับลู่เจินเจินให้ได้ เขาถึงเพิ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้
เยาแหงนมองดูสีท้องฟ้า แม้เวลายังถือว่าเช้าอยู่ แต่เพื่อกลับไปหารือ เรื่องกําหนดการ กลั