หรอกเจ้าค่ะ”
“ยังมีส่วนของบ่าวอีกเจ้าค่ะ สะใภ้สี่ท่านดูของกองนี้สิเจ้าคะ ทั้งกินที่
ทั้งหนักอึ้ง จับยัดใส่ลงหีบไป ใครหน้าไหนก็ดูไม่ออกว่าข้างในเป็นอะไร พาน จะนึกว่าเป็นยองล้ําค่า ราคาแพงเสียอีก”
อี้กวาดสายตามองกองขยะ ที่วางเกลื่อนอยู่ครึ่งลานเรือน ถึงกับ
สงสัยว่าตนเองเดินเข้าผิดบ้านหรือไม่?
พอได้รู้ความจริงว่าขยะกองโตเหล่านี้ คือ “ของขวัญเยี่ยมบ้าน” ที่
ลู่เจินเจินตั้งใจตระเตรียมไว้สําหรับวันพรุ่งนี้
ต่อให้เป็นฟูจิอ ผู้ ง านาญการเก็บง่าอารมณ์เพียงใด ก็ยังไม่อาจ
รักษาท่าทางนิ่งสงบไว้ได้อีกต่อไป
ใบหน้าหล่อเหลาแทบจะปริแตก
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงหาเสียงตนเองเจอในที่สุด
“ของพวกนี้ คือยองที่เจ้าจงใจเตรียมไว้สําหรับไปเยี่ยมบ้าน เดิมงั้นรึ?”
ลู่เจินเจินพยักหน้า ตอบอย่างภาคภูมิใจ
“ท่านลี่ ดูสิ ของพวกนี้ข้าคัดสรรมาอย่างดี ล้วนเป็นของที่ เทอะทะ แต่ไร้ราคา’ ทั้งสิ้น คติพจน์ของข้าก็คือ ของมีค่าชิ้นไหนที่เข้าประตู
เรือนทิงเทามาแล้ว ก็อย่าได้หวังว่าจะได้เล็ดลอดออกไป… โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่ง อย่าหวังว่าจะตกถึงมือคนสกุลลู่เด็ดขาด!” ฟู่จื่ออี้สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มอารมณ์พลุ่งพล่านที่อยากจะ กดจุด ‘เหรินจง’[3] ของตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ
เย็นเยียบ
เยาเหลือบมองบ่าวไพร่ในลานเรือน ท้ายที่สุดก็จําต้องข่มใจ เอ่ยเสียง
“เจ้า….ตามย้าเข้ามาข้างใน” ว่าแล้วก็เดินนําเข้าไปในห้องชั้นใน ลู่เจินเจินไม่ได้ใส่ใจท่าท