ทันใดนั้นเฟิงจิ้งกล่าวแทรกเสียงดัง “หนิงเอ๋อร์หุบปากเจ้าซะ! ห้ามผู้ใดกล่าวถึงอสูรเกราะและอสูรปีก หากเจ้าแพร่งพรายสิ่งนี้แก่มนุษย์ จะถือเป็นการทรยศต่อเสด็จพ่อ เจ้าต้องการเป็นลูกอกตัญญูงั้นรึ?”
เฟิงหนิงตกใจจนน้ำตาเอ่อล้นขณะกล่าวว่า “ท่านพี่ ข้าจะไม่แพร่งพรายสิ่งใดอีก”
เฟิงจิ้งรู้สึกเสียใจเล็กน้อยก่อนจะกระซิบ “หนิงเอ๋อร์ บางสิ่งเจ้าไม่ควรพูด แม้อีกฝ่ายจะดูเหมือนคนดีก็ตาม”
นางเงยหน้าจ้องมองหลินมู่อวี่
เขายิ้มเล็กน้อยและเข้าใจดีว่าในสายตาเผ่าปีศาจตนเองไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอน แต่เป็นเสมือนอาวุธสงครามของจักรวรรดิมนุษย์ และเป็นเทพมรณะสำหรับเผ่าปีศาจ
“เอาล่ะ ข้าจะไม่ถามสิ่งใดกับองค์หญิงหนิงอีก”
หลินมู่อวี่ลุกขึ้นยืนพร้อมประสานหมัด “ข้ายังมีกิจของวิหารศักดิ์สิทธิ์อีกหลายสิ่งที่ต้องจัดการ เช่นนั้นข้าขอลา องค์หญิงพักผ่อนเถิด แล้วข้าจะมาอีกครั้ง”
“ราตรีสวัสดิ์เจ้าค่ะผู้บัญชาการหลิน” เฟิงหนิงกล่าว
หลินมู่อวี่เพียงขมวดคิ้วและหันกลับออกไป
…
กลางดึกภายในสำนักงานผู้นำเงียบสงบ หลินมู่อวี่นั่งอยู่บนเตียงขณะที่ฌานสัมผัสค่อยๆ จมดิ่งเข้าสู่ทะเลจิต เมื่อบินลึกเข้าไปไม่นานก็พบน้ำเต้าอมตะเจ็ดประทีปและดาราโซ่เทวะหลับใหลอยู่อย่างเงีย