อวี่ไม่กล่าวตอบคำใด เขาหันไปหาฉินฮั่นพร้อมกล่าวอย่างนอบน้อม “ถวายบังคมท่านบรรพบุรุษ กระหม่อมมีนามว่าหลินมู่อวี่ พระเชษฐาของเสี่ยวอินพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินฮั่นมองเขาพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลินมู่อวี่ ข้าได้ยินมาว่าท่านมีพลังโซ่เทวะงั้นหรือ? ปล่อยมันออกมา ข้าอยากเห็นว่าโซ่เทวะของเจ้านั้นบริสุทธิ์หรือไม่”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลินมู่อวี่ถอยหลังไปสองสามก้าว ทันใดนั้นโซ่เทวะทั้งเก้าเปล่งแสงสว่างรอบกาย
ฉินฮั่นผงะไปเล็กน้อย “เจ้าทะลวงสู่ขอบเขตปราชญ์ทั้งที่อายุยังน้อยนัก ดูเหมือนว่าจักรวรรดิจะมีด้วยยอดฝีมืออยู่มากทีเดียว เจ้าหนุ่ม พลังโซ่เทวะของเจ้าเกือบทะลวงสู่ขั้นสูงสุดแล้ว น่าประทับใจยิ่ง!”
การที่ฉินฮั่นกล่าวถึงพลังขั้นสูงสุด แสดงว่าพลังโซ่เทวะแต่ละขั้นต้องมีทักษะเฉพาะที่แตกต่างกันไปเป็นแน่
เมื่อความแข็งแกร่งของหลินมู่อวี่ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ วิญญาณยุทธ์สีทองรอบกายพลันกลับเข้าร่างทันที เขากล่าวออกด้วยความเคารพ “ขอบพระทัยสำหรับคำชมพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินฮั่นขี่ม้าเข้ามาใกล้ก่อนจับไหล่หลินมู่อวี่แผ่วเบาพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มจาง “ ไม่ต้องมากพิธีหรอก เจ้าเป็นพระเชษฐาของเสี่ยวอินและเป็นลูกหลานของข้า เข้าไปในเมืองกันเถิด!”
“ขอบพระทัยท่