ิน ไตของเจ้า…จะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่…”
ซือตู่เซินหน้าขึ้นสี “หากสุดท้ายข้าเพียงอยากมีไว้เพื่อเชยชมได้หรือไม่? คงเพลิดเพลินตาดีมิน้อย”
“ฮ่าๆ”
เว่ยโฉวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
…
เสียงพายกระทบน้ำยังคงดังแข่งกับสายลมยามค่ำคืนอย่างต่อเนื่อง ไม่มีผู้ใดได้พักผ่อน แม้แต่ผู้บัญชาการหลินมู่อวี่ก็ยังคงยืนอยู่บนดาดฟ้าของเรือรบหลักราวกับรูปปั้นหิน ดวงดาวบนฟากฟ้าส่องประกายระยิบระยับเหมือนเป็นลางสังหรณ์บางอย่าง ทว่าก็ไม่อาจมีผู้ใดล่วงรู้ได้ว่าอนาคตของจักรวรรดิจะเป็นอย่างไร
ยามเช้าตรู่ แสงรุ่งอรุณส่องสว่างทางทิศตะวันออก
ขณะนั้นทักษะชีพจรวิญญาณของเขาพลันควบแน่นก่อนสัมผัสถึงบางสิ่งใต้แม่น้ำต้าวเจียง หลินมู่อวี่ลืมตาขึ้นพร้อมชักกระบี่ออกจากฝัก “ชิ้ง!” ก่อนตะโกนสั่งดังลั่น “ตีกลองส่งสัญญาณเตรียมต่อสู้ มีบางสิ่งอยู่ใต้น้ำ พลธนูเตรียมตัวให้พร้อม!”
“ขอรับ!”
เสียงกลองศึกดังกึกก้อง เหล่าพลธนูนอนราบบริเวณขอบเรือขณะเล็งคันศรไปยังผิวน้ำ ซึ่งมีเพียงแหนลอยผ่านไปมา
เวลาล่วงไปสักพัก ทว่ากลับไม่มีการเคลื่อนไหวใด ทหารผ่านศึกนายหนึ่งยกยิ้มพร้อมกล่าว “เหมือนว่าท่านผู้บัญชาการจะเป็นกังวลยิ่ง ใต้น้ำมีอะไรหรือขอรับ?”
“ฟึ่บ”
ทันใดนั้นลิ้นชื้น