าเผยความนับถือ
จากนั้นหลินมู่อวี่ขี่ม้านำทุกคนออกไป
เว่ยโฉวที่ตามมากล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านผู้บัญชาการ คำพูดเมื่อครู่น่าซาบซึ้งยิ่ง”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “ปล่อยซือตู่เซินไปหลังจากกลับถึงค่าย ไม่เช่นนั้นเราจะขาดทหารในการรบ”
“ขอรับผู้บัญชาการ”
…
ภายใต้แสงจันทร์นวล หน่วยสอดแนมหนึ่งร้อยนายจากกองทัพมังกรผงาดถูกส่งออกไปนอกเมือง ขณะที่ทหารในค่ายค่อยๆ ผล็อยหลับไปทีละคน เนื่องจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทัพกว่าหกชั่วโมงเพื่อมายังเมืองแห่งนี้
ด้านนอกกระโจม หลินมู่อวี่ยืนนิ่งอาบแสงดาวราวกับรูปปั้นหิน ขณะเดียวกันแสงเหล่านั้นถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มพลังดวงดาวในทะเลปราณ ก่อนพวกมันจะควบแน่นกลายเป็นพลังวิญญาณ ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งขึ้น และดูเหมือนว่าใกล้จะสามารถทะลวงขั้นในที่สุด
เขาหลับตาลงและปลดปล่อยปราณยุทธ์โคจรรอบกายจนเสื้อคลุมปลิวไสว
เว่ยโฉวและซือตู่เซินนั่งบนกองฟางนอกกระโจมพร้อมดื่มสุราอย่างเงียบงัน พวกเขาอยู่ที่นี่เพียงเพื่อปกป้องหลินมู่อวี่ระหว่างฝึกพลังยุทธ์เท่านั้น
จนกระทั่งเกือบรุ่งเช้า แสงดาวบนท้องฟ้าเลือนรางไปมาก แต่พลังดวงดาวรอบตัวหลินมู่อวี่กลับส่องประกายเด่นชัด ฌานสัมผัสของเข