ยทันควัน
“เป่าแตรสังข์ให้ถอยทัพ!”
สิ้นเสียงคำสั่งเฟิงจี้สิง เสียงแตรสังข์อันเป็นเอกลักษณ์ของกองทัพจักรวรรดิดังก้องเมือง ซึ่งเป็นสัญญาณให้ทุกคนถอนทัพ ทหารกองทัพองครักษณ์ยกโล่ป้องกันจักรพรรดินีเพื่ออพยพออกจากเมือง ขณะที่ด้านหลังมีอสูรเกราะสีดำทมิฬอย่างน้อยหลายหมื่นตัวกำลังโจมตีอย่างบ้าคลั่ง แต่ทหารแห่งจักรวรรดิกลับเหลือเพียงหนึ่งพันนายเท่านั้น
…
“ออกจากเมืองให้หมด!”
เฟิงจี้สิงตะโกนเสียงดัง ขณะที่ฉินเหยียนนำทหารออกจากเมืองทันที จากนั้นเฟิงจี้สิงรีบไปด้านบนของประตูเมืองชั้นในพร้อมเหวี่ยงดาบสะบั้นวาโยออกไป “เคร้ง!” คมดาบตัดบ่วงประตูเหล็กจนทำให้พังลงมาทันที เมื่อหันมองเข้าไปในเมือง เขาเห็นเหล่าทหารกองทัพองครักษ์หลายร้อยนายกำลังถูกอสูรเกราะรายล้อมและสังหารอย่างต่อเนื่อง
“ผู้บัญชาการ!”
ชายผู้มีเลือดเปรอะเต็มใบหน้าตะโกนเสียงดัง “ท่านรีบไปเสีย พวกเรากำลังจะตายกันแล้ว ท่านมีค่ายิ่งกว่าเงินทอง โปรดอย่ามาตายอยู่ที่นี่!”
เฟิงจี้สิงกัดฟันแน่นและพุ่งตัวออกจากกำแพงเมืองชั้นใน เมื่อมองย้อนกลับไป เหล่าทหารด้านในถูกสังหารจนสิ้นแล้ว น้ำตาพลันไหลรินออกจากตา ขณะที่เขาพึมพำ “เหล่าพี่น้อง…การเสียสละของท่านจะไม่เปล่าประโยชน์”
“พรึ่บ!”
เปลวไฟปรากฏขึ้นบนใบดาบ เมื่อกลุ่มอสูรเกราะเห็นเฟิงจี้สิง พวกมันพุ่งตัวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วหวังสังหารผู้บัญชาการมนุษย์
“ตูม!”
ดาบสะบั้นวาโยผ่าร่างกลุ่มอสูรเกราะ ก่อนจะปล่อยเป