ข้า…”
ชวีฉู่และเฟิงจี้สิงเพียงยืนฟังเงียบงัน
จากนั้นทหารม้าห้าพันนายรวมทั้งชวีฉู่ เฟิงจี้สิง และฉินเหยียนเคลื่อนตัวไปบนเส้นทางอย่างเชื่องช้า ด้วยพลังของพวกเขา แม้แต่เซียนอย่างลั่วหลานก็ไม่อาจทำร้ายฉินอินได้
แม่น้ำยังคงไหลเชี่ยวกราก ขณะที่ฉินอินขี่ม้าพร้อมโซ่เทวะรูปมังกรลอยวนเวียนรอบกายดูสง่างามจนทำให้กลุ่มทหารองครักษ์ไม่กล้าแม้แต่จะชายตามอง
ฉินอินลงจากหลังม้าเหยียบลงบนหญ้าใกล้แม่น้ำ ขณะที่ม้ากำลังจะกินหญ้าบริเวณนั้น นางกลับบังคับจูงมันออกไปตามทาง จนทำให้เฟิงจี้สิงที่เดินตามอดไม่ได้ที่จะยิ้ม
ทันใดนั้นน้ำกระเซ็นใต้รองเท้าฉินอิน “หือ?” นางอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจขณะที่มองดูอย่างพินิจพิจารณา
“มีสิ่งใดหรือฝ่าบาท?” เฟิงจี้สิงเอ่ยถาม
ฉินอินขมวดคิ้วพร้อมกล่าวว่า “เมื่อวานข้าเดินมาที่นี่ ระดับน้ำของแม่น้ำต้าวเจียงยังมาไม่ถึง แต่วันนี้มันกลับสูงขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเมตร แต่…น้ำจะไม่ขึ้นอย่างรวดเร็วในฤดูใบไม้ผลิใช่หรือไม่?”
“พ่ะย่ะค่ะ มันจะไม่ขึ้นอย่างรวดเร็ว” เฟิงจี้สิงยิ้มเล็กน้อย “ฝ่าบาท…ทรงคิดสิ่งใดอยู่หรือ?”
“อืม…”
ฉินอินขมวดคิ้ว “ผู้บัญชาการเฟิง ข้าคิดว่าสถานการณ์ขณะนี้แย่มาก...ท่านคิดว่าเผ่าปีศาจกำลังทำถมแม่น้ำ