ย่างสุขสบายจะไม่พอใจ”
“ไม่เป็นไร พวกเขาจะปรับตัว”
ฉินอินยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “ข้าจะเขียนพระราชกฤษฎีกา เมื่อจักรวรรดิอยู่ในภาวะวิกฤติ ขุนนางทั้งหมดจะถูกลดเบี้ยเลี้ยงหนึ่งส่วนสี่ อีกทั้งเพื่อขยายกองทัพมังกรผงาด อาวุธ อาหาร หญ้า และม้าศึกจะได้รับจากกระทรวงกลาโหม”
ทุกคนประสานหมัดกล่าวอย่างพร้อมเพรียง “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!”
ซือหลิงผู้เป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมมองหลินมู่อวี่และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ยินดีกับท่านผู้บัญชาการหลินที่ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้บัญชาการกรมขอรับ”
ตามระบอบราชาธิปไตย กองทัพที่มีน้อยกว่าสองหมื่นนายจะถือเป็นเพียงกองพัน ส่วนกองทัพที่มีมากกว่าสองหมื่นนายสามารถเรียกได้ว่ากรม ซึ่งไม่มีการจำกัดจำนวนกำลังพล อีกทั้งศักดิ์ศรีและอำนาจสูงกว่ากองพันอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้หลินมู่อวี่ได้รับผลประโยชน์ในการควบคุมและขยายกองทัพ ตอนนี้เขากลายเป็นทหารคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในกองทัพแห่งจักรวรรดิ
“ขอบคุณท่านซือหลิง” หลินมู่อวี่ยิ้ม “ในอนาคตกองทัพมังกรผงาดคงต้องพึ่งพาท่านอีกมาก ไม่เช่นนั้นเราคงไม่สามารถจัดหาเสบียงและอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากมาย”
ซือหลิงหัวเราะ “ท่านหลินไม่ต้องกังวล เพื่อความประสงค์ขององค์จักรพรรดินี ข้าจะทำทุกวิถีทาง