ขอรับ?” หลินมู่อวี่ถามด้วยรอยยิ้ม
“ยัง” ชวีฉู่ส่ายศีรษะ
หลินมู่อวี่เอ่ยถาม “เหตุใดท่านจึงไม่ตั้งชื่อวิญญาณยุทธ์ให้ข้าล่ะขอรับ?”
“เช่นนั้นคงไม่ดีนัก” เฒ่าเกอหยางรีบเอ่ยขัดทันที “อาอวี่ ขณะนี้เจ้าเป็นผู้นำแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์แล้ว เราจะสร้างตำราหมื่นวิญญาณยุทธ์เล่มใหม่สำหรับวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งจักรวรรดิ หากเจ้าไม่สามารถตั้งชื่อวิญญาณยุทธ์ของตน ข้าเกรงว่าตำราหมื่นวิญญาณยุทธ์เล่มนี้อาจไม่สามารถเป็นตำราวิญญาณยุทธ์ชั้นยอดของแผ่นดินนี้ได้”
“ถูกของท่าน” หลินมู่อวี่ยกชาขึ้นจิบ
ขณะนั้นชวีฉู่พลิกหน้าตำราไปมาอย่างร้อนรนก่อนกล่าวออก “ข้าเกรงว่า…ตำราโบราณของบรรพบุรุษในอดีตจะไม่เคยกล่าวถึงวิญญาณยุทธ์ของอาอวี่มาก่อน เขาคงต้องทดสอบวิญญาณยุทธ์และตั้งชื่อให้กับพลังแต่ละขั้นด้วยตนเอง”
เกอหยางยิ้ม “อืม ข้าก็หมายความเช่นนั้น”
ชวีฉู่พยักหน้าก่อนกล่าวออก “อาอวี่ จงแตะศิลาทดสอบและเรียกวิญญาณยุทธ์น้ำเต้าขั้นสูงสุดออกมา”
“ขอรับท่านอาวุโสชวีฉู่”
หลินมู่อวี่ลุกขึ้นยืนก่อนตรงไปหาศิลาทดสอบซึ่งถูกเก็บมาจากภูเขาในป่าลึก ศิลาก้อนนี้มีพลังวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติและไวต่อพลังวิญญาณยุทธ์ของมนุษย์ เขาวางฝ่ามือลงบนศิลา