”
เฟิงจี้สิงกล่าวอย่างกังวล “อาอวี่ต้องรักษาตัวโดยเร็วที่สุด เผ่าปีศาจกำลังเคลื่อนทัพเข้ามาอีกครั้ง เมื่อไม่นานนี้หน่วยสอดแนมในเมืองตงฉวงรายงานว่า เฉียนเฟิงกำลังฝึกฝนกลยุทธ์ให้อสูรเกราะตลอดทั้งวัน หากต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ข้าเกรงว่าพวกมันคงไม่โจมตีอย่างโง่เขลาอีกแล้ว”
“อืม ข้ารู้” ภายในใจหลินมู่อวี่รู้ดีว่าจอมพลเฉียนเฟิงเป็นชายที่ปราดเปรื่องที่หาญกล้า ซึ่งเป็นภัยต่อจักรวรรดิอย่างยิ่ง กระนั้นความเกลียดชังพวกเขามีไม่มากพอ มิเช่นนั้นคงเข้าแทรกซึมเข้าเมืองตงฉวงนานแล้ว หากจัดการเฉียนเฟิงได้ คงทำให้จักรวรรดิปลอดภัยขึ้น
ขณะเดียวกัน ข้าราชบริพารกล่าวเสียงดัง “การประชุมเริ่มขึ้นแล้ว”
ทุกคนคุกเข่าลงแสดงความเคารพจักรพรรดินี ฉินอินเดินออกมาพร้อมข้าราชบริพารหญิงหลายคนตรงไปยังบัลลังก์ นางนั่งลงพร้อมยกมือกล่าว “ทุกท่านโปรดลุกขึ้นเถิด”
หลินมู่อวี่และเฟิงจี้สิงยืนขึ้นพร้อมเงยหน้าขึ้นมอง ฉินอินสวมชุดสีขาวครีมดูสง่างามและหรูหรามาก ใบหน้าที่งดงามเผยเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ แต่ยังคงรักษาภาพลักษณ์เด็กสาวผู้เหนียมอาย ขณะนี้ฉินอินไม่ใช่เด็กสาวผู้อ่อนแออีกต่อไป
ฉินอินกราดตามองเหล่าข้าราชบริพารพร้อมเอ่ยเสียงอ่อนหวานอย่างชัดเจนว่า “