ี่แตะจมูกพร้อมมองไปรอบบริเวณ หลูจ๋านออกจากรถม้าแล้ว เขาจึงลดเสียงและกล่าวว่า “แม้ว่าจักรวรรดิอี้เหอจะยึดครองแผ่นดินส่วนใหญ่ได้อย่างต่อเนื่องตลอดสามปีที่ผ่านมา กระนั้นก็สูญเสียไปมากโขเช่นกัน ต่อมาเมืองชีไห่และเมืองหยาดสายัณห์ส่งกองกำลังเข้าปราบปรามจักรวรรดิอี้เหอทั้งหมด ทำให้ขณะนี้อำนาจทางทหารไม่ได้อยู่ภายใต้จักรวรรดิอี้เหออีกแล้ว และกำเนิดขั้วอำนาจใหม่อีกมากมาย ดังนั้น…จักรวรรดิอี้เหอจึงต้องการบุคคลสำคัญของจักรวรรดิฉินมาร่วมสาบานรับใช้แผ่นดิน มิเช่นนั้น…ที่ท่านสังหารแม่ทัพหม่านฟางในเมืองตงฉวง ท่านซีหยางโหวจะปล่อยท่านไว้หรือ?”
“เป็นเช่นนี้เอง…” หลินมู่อวี่ยิ้มอย่างขมขื่น “ข้าเป็นเพียงเบี้ยที่มีอิทธิพลต่อขวัญกำลังใจผู้คน”
“ใช่ ราชาผู้พิชิตและซีหยางโหวต้องการตัวท่าน เพียงเพราะว่าท่านเป็นพระเชษฐาของจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิฉิน การอุทิศตนให้จักรวรรดิอี้เหอจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้คน ท่านซีหยางโหวเคยกล่าวไว้ว่า ความจริงใจของท่านหลินมู่อวี่มีค่ายิ่งกว่าทหารนับแสนนาย”
“อืม…”
หลินมู่อวี่เอนกายลงบนผนังไม้ของรถม้าขณะที่ร่างกายโยกไหว
ติงซี่ยิ้ม “แต่ผู้บัญชาการหลินไม่ต้องกังวล ท่านเคยกล่าวไว้ว่า