สู้ดำเนินไปเกือบหนึ่งชั่วโมง กระทั่งการต่อต้านจากอสูรเกราะอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดเหลือเพียงทหารกองทัพมังกรผงาดที่บุกเข้าไปในสนามรบ
ตั้งแต่เว่ยโฉวได้ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการ เขาขยันหมั่นเพียรฝึกฝนกองกำลังและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ตำราพิชัยสงคราม จึงทำให้เขาสามารถใช้กลยุทธ์นำกองทหารม้าเคลื่อนทัพไปแยกกองกำลังของศัตรูออกจากกันจนก่อเกิดผลกระทบร้ายแรง แม้อสูรเกราะบางตนจะแข็งแกร่ง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทหารม้าหนักที่เคลื่อนไหวรวดเร็วและทรงพลังอย่างต่อเนื่องก็ทำให้พวกมันไม่สามารถต้านทานได้
ไม่นานการต่อสู้ก็สิ้นสุด ฉินเหยียนจึงบุกเข้าไปเปิดประตูเมือง
“ตูม!”
จู่ๆ ประตูเหล็กถูกเปิดออกจากด้านในพร้อมแสงคบเพลิงสว่างไสวจากผู้คนในเมืองซิงเจว๋ พวกเขาเปิดประตูพร้อมส่งอสูรเกราะออกไป
“เก็บกวาดสนามรบ”
หลินมู่อวี่ถือทวนดอกหลีฮวาพร้อมกระตุ้นท่าเฉว่ให้เดินเข้าไปในเมือง สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คนจากเมืองซิงเจว๋ บางคนแสดงสีหน้าหวาดกลัว ขณะที่บางคนแสดงความยินดี ทันทีที่เขานำหน้าทหารคนอื่นๆ เข้ามา ชายชราในชุดคลุมสีดำพร้อมชาวบ้านก็เดินออกมาทำความเคารพและกล่าวว่า “คารวะท่านแม่ทัพ”
“ท่านคือ?” หลินมู่อวี่ไม่เคยเห็นหน้าชายผู้