นนั้นเขาคงกลายเป็นแม่ทัพผู้เก่งกล้าของจักรวรรดิอีกคน
หลินมู่อวี่ลอบถอนหายใจ ขณะเดียวกันประตูเมืองถูกเปิดออกพร้อมอสูรเกราะตะโกนเสียงดัง พวกมันวิ่งออกจากเมืองเพื่อไล่ล่าศัตรูด้วยความโกลาหล
“ค่อยๆ ถอยทัพ”
หลินมู่อวี่ดึงบังเหียนเพื่อกระตุ้นท่าเฉว่ให้ถอย ขณะเดียวกันเขาคว้าคันธนูอันล้ำค่าจากด้านข้างตัวม้าขึ้นมาพร้อมง้างสายเป็นรูปพระจันทร์เต็มดวง “ฟิ้ว!” ลูกธนูลึกลับบินออกไปอย่างรวดเร็ว “ฉึก!” มันพุ่งทะลุเกราะของปีศาจและเจาะหัวอสูรเกราะด้านหลังทันที ช่างเป็นพลังที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง!
เว่ยโฉวและเฝิงสี่ชำเลืองมองกันและกันด้วยท่าทางตกตะลึง เฝิงสี่กล่าวอย่างตรงไปตรงมา “พลังของขอบเขตปราชญ์ทรงพลังโดยที่เราไม่อาจเทียบเทียมได้เลย…”
หลินมู่อวี่ควบม้าเข้ามาพร้อมยิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องกังวล เจ้าจะสามารถก้าวขึ้นมาขอบเขตนี้สักวันหนึ่ง ไปกันเถิด หลอกล่อกองทัพอสูรเกราะไปยังกับดักที่เราทำไว้”
“ขอรับ!”
พระอาทิตย์ยามเช้าตรู่ในฤดูใบไม้ร่วงสาดส่องลงบนผืนป่าทำให้ผู้คนรู้สึกเกียจคร้าน แต่ทหารกองทัพมังกรผงาดกลับไม่ลดละความพยายาม พวกเขายิงธนูใส่กองทัพอสูรเกราะที่อยู่เบื้องหลังพร้อมควบม้ารักษาระยะห่าง พลังของอสูรเกราะช่างน่าทึ่งยิ่ง พวกมัน