ิดว่ามนุษย์มีกลอุบายหลอกล่อศัตรูหรือไม่ พวกมันจึงวิ่งออกไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเพื่อไล่ตามทหารม้าห้าพันนายของหลินมู่อวี่
…
หลังจากออกจากป่าสน เว่ยโฉวยังไม่หยุดขี่ม้าพร้อมยิงธนูใส่เผ่าปีศาจ แม้พวกมันจะไม่สามารถสังหารทหารกองทัพมังกรผงาด แต่ยังคงถือขวานศึกไล่ตามด้วยดวงตาแดงก่ำ
พวกมันไล่ล่าตามมาเกือบสี่สิบไมล์ กระทั่งเมืองปู้กู่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ฉินเหยียนและเฝิงสี่รออยู่ที่ประตูพร้อมตะโกนดัง “ผู้บัญชาการกำลังจะเข้าเมืองแล้ว!”
เสียงกลองศึกในเมืองปู้กู่ดังขึ้นเรียกร้องความสนใจจากกองทัพเผ่าปีศาจ
นายพลปีศาจแถวหน้ายกขวานศึกตะโกนดัง “โฮก!!”
เสียงเท้าม้าดังกึกก้องพร้อมทหารกองทัพมังกรผงาดเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว ทันทีที่คนสุดท้ายผ่านประตูเมืองเข้ามา หลินมู่อวี่พลันตะโกนสั่ง “ปิดประตูพร้อมเตรียมกล่องลูกศร และเริ่มโจมตีเมื่อพวกมันเข้ามาในระยะยิง!”
ประตูปิดลงทันใด หลินมู่อวี่ส่งม้าให้ทหารพร้อมชักกระบี่เล่มยาว นายพลและคนอื่นๆ รีบวิ่งขึ้นไปบนกำแพง เมื่อมองไประยะไกลจะพบกองทัพอสูรเกราะจำนวนนับไม่ถ้วนวิ่งตรงมา เหว่ยโฉวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสั่นสะท้าน “ท่านผู้บัญชาการ อสูรเกราะจำนวนอย่างน้อยห้าพันตัวช่างน่าเกรงขามยิ่ง