ปู้กู่”
“ขอบคุณมากพี่เฟิง ข้าจะระวังตัว”
“เมื่อเจ้าไปถึงเมืองปู้กู่ครานี้ อาจต้องพบกับเผ่าปีศาจ หรืออาจเป็นจักรวรรดิอี้เหอ เช่นนั้นเจ้าวางแผนรับมืออย่างไร?”
“ปีศาจเป็นศัตรูที่เดิมพันด้วยชีวิต และจำเป็นต้องต่อสู้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนจักรวรรดิอี้เหอ...” ดวงตาหลินมู่อวี่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา “หลงเซียนหลินมอบความตายให้พี่ใหญ่ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน ซึ่งเป็นความเกลียดชังที่รอคอยการชำระ อีกทั้งข้าได้เห็นการนองเลือดในเมืองหลันเยี่ยนแล้ว…วางใจเถิด ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร”
“อืม เช่นนั้นข้าก็วางใจ” เฟิงจี้สิงมองหลินมู่อวี่อย่างลึกซึ้งพร้อมกล่าวว่า “อาอวี่ อย่าไว้ใจคนจากจักรวรรดิอี้เหอ อย่าพยายามเป็นมิตรกับพวกมัน ฆ่าให้หมดหากทำได้ และอย่าคิดจะเมตตากับมัน”
“เข้าใจแล้ว”
หลินมู่อวี่ยิ้มเล็กน้อย “ข้าหลับใหลในความตายมาตลอดสามปี และได้ลิ้มรสถึงความเจ็บปวดของการสูญเสียผู้เป็นที่รัก ไม่ต้องกังวล ข้าเปลี่ยนไปแล้ว เช่นนั้นพี่เฟิงรอข้ากลับมาเพื่อดื่มด้วยกันอีกครั้ง…”
“ดี”
หลังจากกองทัพเคลื่อนทัพออกจากประตูทิศใต้ทั้งหมดแล้ว เฟิงจี้สิงไม่ได้ออกไปส่งต่อ อย่างไรก็ตามเขาเป็นผู้บัญชาการกองทัพองครักษ์และไม่อาจทิ้งหน้าที่ของตนได้