กระแทกกำแพงอย่างแรง ลั่วไคล้มลงส่งเสียงคร่ำครวญดูน่าเวทนา การโจมตีของหลินมู่อวี่โหดเหี้ยมมาก กระนั้นเขาก็ยังไม่ใช้การโจมตีรุนแรงที่สามารถสังหารลั่วไคได้
…
“ตอนนี้ข้าเป็นหนึ่งในทหารองครักษ์ของค่ายผู้พิทักษ์แล้วหรือไม่?” หลินมู่อวี่เอ่ยถาม
ทหารองครักษ์ผู้ดูแลสนามประลองตะลึงงันพร้อมประสานหมัดกล่าว “ท่านแข็งแกร่งและทรงพลังมาก ช่างน่ายกย่องยิ่งนัก! ท่านสามารถเอาชนะจอมมารลั่วไคได้ จึงมีเหตุผลเพียงพอที่จะขึ้นเป็นจอมมาร แต่…ท่านต้องผ่านการคัดเลือกจากท่านปรมาจารย์วิญญาณลั่วปิงในการตรวจสอบสถานะชีวิตและความตายแล้วเท่านั้น เช่นนั้นกรุณารอสักครู่ ข้าน้อยจะพาท่านลั่วปิงมาที่นี่!”
ขณะเดียวกัน เสียงที่ฟังดูสง่างามดังขึ้นจากระยะไกล “ไม่จำเป็น!”
หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงชายเฒ่า เห็นได้ชัดว่าลั่วปิงและลั่วไคมาจากตระกูลเดียวกัน บางทีปรมาจารย์วิญญาณผู้นี้อาจเป็นบิดาของลั่วไค และหลินมู่อวี่กระทืบลั่วไคราวกับสัตว์ตัวหนึ่ง เช่นนั้นลั่วปิงจะยอมปล่อยเขาไปหรือ แต่เพื่อช่วยชวีฉู่ เขาจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับปรมาจารย์วิญญาณโดยตรง
ชายชราหนวดเคราขาวเดินผ่านมาที่ประตูพระราชวัง ใบหน้าของเขาแดงก่ำแต่กลับไร้ความรู้สึก เขามองลั่วไคที่ทรุดหมอบอยู่ที่มุมหนึ่งพร้อมขมวดคิ้ว “นี่คือชายที่เอาชนะลั่วไคใช่หรือไม่? อีกทั้งยังตัดแขนเขาจนพิการ?”
ทหารองครักษ์กล่าวด้วยความเคารพ “ถูกต้องขอรับท่านลั่วปิง ท่านผู้