นกลับทำให้เขาถอยหลังไปหลายก้าวจนแทบยืนไม่ไหว
ทุกคนรอบสนามประลองต่างตกตะลึง รวมทั้งทหารองครักษ์ผู้ดูแลตกใจยิ่งกว่า “หลินจื้อ ทะ…ท่านสังหารปรมาจารย์วิญญาณลั่วปิง ท่าน…”
“ข้าก่อปัญหาใหญ่แล้วใช่หรือไม่?” หลินมู่อวี่ตะลึง
“ไม่”
ทหารหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิเคยตรัสไว้ว่า ผู้ใดที่สามารถเอาชนะปรมาจารย์วิญญาณได้จะสามารถเลื่อนขั้นเป็นตำแหน่งนั้นแทนที่ ท่านหลินจื้อ ตอนนี้ท่านได้เป็นปรมาจารย์วิญญาณและรับใช้ฝ่าบาท ข้าน้อยขอคารวะท่านปรมาจารย์วิญญาณหลินจื้อขอรับ!”
“ขอบคุณ…” หลินมู่อวี่ขมวดคิ้วขณะที่มองดูกองเลือดบนพื้นด้วยความหวาดหวั่น
ทหารกล่าวต่อ “ท่านหลินจื้ออย่าเพิ่งกล่าวสิ่งใด โปรดตามข้าไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทตามความประสงค์ของพระองค์ด้วย ผู้ที่สามารถเอาชนะปรมาจารย์วิญญาณจะมีสิทธิ์เข้าเฝ้าพระองค์โดยตรง!”
“อืม ขอบคุณ”
หลินมู่อวี่พยักหน้ารับ เขาเพียงต้องการเห็นว่าผู้ใดคือจักรพรรดิที่คุมขังชวีฉู่เท่านั้น…
…
ประตูพระราชวังไม่ใหญ่โตนักและดูอ่อนแอ หลังจากเดินผ่านศาลามากมายราวสิบนาทีก็มาถึงด้านหน้าของพระราชวังที่ดูตระการตา ระหว่างทางมีผู้ที่สวมตราสีเงินและสีทองมากมายมองมาที่เขาอย่างไม่เป็นมิตร หลินมู่อวี่ยังรู้อีกว่าในแดนโกลาหลมีปรมาจารย์วิญญาณเพียงสี่คนเท่านั้น และเมื่อเขาสามารถสังหารไปหนึ่งคน จึงกลายเป็นเรื่องน่าตกตะลึง
กระนั้นหลินมู่อวี่ค่อนข้างสับสน ชวีฉู่อยู่ขอบเขตปราชญ์ อีกทั้งมีวิญญาณยุทธ์ต