อดลอยขึ้นแผ่วเบาขณะที่เฉียนเฟิงใช้ฝ่ามือยันพื้นเพื่อยกร่างกายขึ้นในลักษณะกลับหัว พลังปราชญ์แห่งปีศาจยังคงลอยอยู่รอบแขนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บในท่าทางที่แปลกประหลาด ทันใดนั้นแสงดวงดาวบนร่างกายของเขาสั่นไหว ก่อนที่พลังเจ็ดประทีปจะสลายไป
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาสูดลมหายใจเข้าพร้อมพลิกตัวนั่งลงบนพรม ในที่สุดใบหน้าของเขาก็เริ่มมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น เขาสวมเสื้อและกล่าวว่า “เข้ามา!”
กลุ่มนายพลอาวุโสของเผ่าปีศาจก้าวเข้ามาในค่ายโดยมีปิดบังใบหน้าไว้ อสูรระดับสี่ดาวตนหนึ่งก้าวเข้ามาประสานหมัด “ท่านจอมพลอาการดีขึ้นแล้วหรือไม่?”
“อืม”
เฉียนเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย “พลังลึกลับของหลินมู่อวี่ทรงพลังมากจนเกือบสังหารข้า ศึกครานี้พรากชีวิตแม่ทัพขวาและองค์ชายสามอย่างน่าสลด เป็นเพราะข้าบัญชาการไม่ดี หลังจากกลับเมืองหลวง ข้าจะต้องทูลขอประทานอภัยต่อองค์จักรพรรดิอสูร”
“ท่านจอมพลอย่าโทษตัวเอง…ทั้งหมดเป็นเพราะพวกมนุษย์มีเล่ห์เหลี่ยมยิ่ง”
“ทุกอย่างเป็นไปตามแผนหรือไม่?”
“ขอรับ” อสูรระดับสี่ดาวแสดงความเคารพ “ข้าคำรามพร้อมตีกลองทุกครั้งที่จุดกำยาน จากนั้นอสูรปีกจะถอยกลับ และทำให้กองทัพมนุษย์เผชิญหน้ากับความตื่นตระหนก”
“อืม”
เฉียนเฟิงกล่าวอย่างเฉยเมย “หลังจากก่อกวนสองถึงสามวัน กองทัพมนุษย์คงหมดแรง จากนั้นจะเป็นเวลาของเราที่จะค่อยๆ ถอนทัพกลับเมืองตงฉวง”
“เรากำลังจะกลับเมืองตงฉวงจริงหรือ? ท่านจอมพล ไม่ใช่ว่ากองกำลังของเรายั