งจี้สิงและเซี่ยงอวี้อย่างดุเดือด กระนั้นก็เห็นได้ชัดเจนว่าพลังของเฉียนเฟิงแข็งแกร่งกว่าอีกสองคน
ขณะเดียวกันแม่ทัพซ้ายกวัดแกว่งดาบยาวใส่เกราะเกล็ดมังกรของฉินเหยียน กระนั้นยังคงมีทหารกองทัพมังกรผงาดอย่างเว่ยโฉวคอยช่วยยิงธนูสนับสนุน เช่นนั้นคงทำให้ฉินเหยียนสามารถต้านทานได้อีกระยะหนึ่ง สิ่งสำคัญกว่านั้นคือตัวเขาเอง เมื่อใดที่สามารถจัดการกับแม่ทัพขวาได้ เขาจะสามารถเข้าร่วมต่อสู้กับทั้งสองเพื่อสังหารเฉียนเฟิง
เป็นเรื่องน่าละอายใจที่ต้องใช้ผู้บัญชาการแห่งจักรวรรดิถึงสามคนในการเอาชนะคู่ต่อสู้ ช่างเป็นความพ่ายแพ้ของจักรวรรดิฉินอย่างแท้จริง เนื่องจากพลังของเฉียนเฟิงนั้นแข็งแกร่งแบบที่ไม่มีใครเทียบได้
หลินมู่อวี่เช็ดเลือดออกจากมุมปากและเงยหน้าขึ้นมองแม่ทัพขวาที่อยู่ในสภาพน่าสังเวช มีบาดแผลบนหน้าอกสองแห่งและบนแขน แม้เพลงดาบจะดีกว่าเขา แต่การป้องกันนั้นอ่อนแอกว่ามาก เขามีกระดองเต่าทมิฬ เกราะปราณยุทธ์ และปราการเกล็ดมังกรซึ่งสามารถป้องกันการโจมตีได้เป็นอย่างดี ขณะที่อีกฝ่ายมีเพียงจิตวิญญาณแห่งอสูรเท่านั้น โชคร้ายสำหรับแม่ทัพขวาที่กระบี่วิญญาณมังกรคมมาก อีกทั้งยังมีโซ่เทวะถึงแปดชั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จิตวิญญาณแห่งอสูรจะสามารถต้านทานได้
“เคร้ง!”
ใบดาบกระทบกันอีกครั้ง ขณะที่แม่ทัพขวาพลันตะโกนดังพร้อมเกิดแรงดูดที่มองไม่เห็นบนใบดาบ ซึ่งเป็นเพลงดาบอีกรูปแบบหนึ่ง
หลินมู่อวี่ตัดสินใจเร่งปราณยุทธ์อย่าง