ั้นง่ายดายยิ่งนัก เพราะศิษย์พุทธะกว่างหมิงเข้าสู่แดนเจียงตง ตลอดเส้นทางผู้คนและสัตว์ล้วนถูกสังหารสิ้น ในสถานการณ์เช่นนี้เจินเหรินปราบมารจะไม่มาได้อย่างไร?
เขาจำต้องมา!
ไม่เพียงแต่เขามา หากยังมาด้วยเพลิงโทสะล้นหลาม ครานี้มิได้เปิดโอกาสให้ศิษย์พุทธะกว่างหมิงเอื้อนเอ่ยแม้ครึ่งคำ ยกกระบี่ไม่สังหารฟาดฟันลงอย่างดุร้าย!
ศิษย์พุทธะกว่างหมิงเมื่อเห็นดังนั้น ใบหน้ามืดดำทันที หัวเราะด้วยความเดือดดาลว่า
“ภิกษุผู้น้อยหาได้ไปก่อกวนท่าน ท่านกลับมาขัดขวางความสำเร็จของภิกษุผู้น้อย ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนัก จงรู้ไว้ ต่อให้แกร่งกล้ากว่านี้ วางรากฐานก็ยังเป็นเพียงวางรากฐานเท่านั้น!”
วาจาสิ้นสุดลง ศิษย์พุทธะกว่างหมิงพลันประสานมือทำมุทรา ท่วงท่าซ้อนทับกับพระพุทธรูปชำรุดด้านหลังจนเป็นหนึ่งเดียว สายสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองแนบแน่นฉับพลัน กระบี่ไม่สังหารของเจินเหรินปราบมารฟาดลงบนกายเขา ทั้งหมดถูกพระพุทธรูปชำรุดกลืนหายดังเดิม มิได้ก่อเกิดระลอกคลื่นแม้เพียงน้อย
“อมิตาภพุทธ”
เมื่อเห็นฉากนี้ ศิษย์พุทธะกว่างหมิงก็หัวเราะเบา “ก็ดีอยู่แล้ว รับหนึ่งก็เป็นการรับ รับสองก็เป็นการรับ วันนี้ภิกษุผู้น้อยจักพาท่านทั้งสองเข้าสู่แดนสุขาวดี”
“ฉั้ง!”
ถ้อยคำยังไม่ทันจบ กระบี่ของเจินเหรินปราบมารก็ตวัดฟาดลงอีกครั้ง ทว่าในยามนี้ ความอัศจรรย์แฝงอยู่ในแสงกระบี่กลับมิใช่ดังเดิม
สรรพสัตว์[อหิงสา]มาก่อน
วิถีมารนอกรีต[สังหารสิ้น]มิได้