ิดถึงพี่ชายของท่านอีกแล้วหรือ?”
“อืม”
ซูอวี่พยักหน้า “ท่านพ่อเองก็คิดถึงเขาเสมอ”
นายพลกระแอมและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อาอวี่…ข้ามีบางสิ่งที่ต้องการบอกเจ้ามาโดยตลอด”
“ฮ่าๆ มีอะไรหรือท่านลุง?”
นายพลกล่าว “ท่านหยุนกงเริ่มชราแล้ว และไม่สามารถมีทายาทได้อีก แม่ทัพซูฉินไม่ได้ทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขไว้ ความหวังเดียวสำหรับตระกูลซูก็คืออาอวี่ เจ้าเองก็มีอายุสามสิบสี่ปีแล้ว เหตุใดจึงไม่หาชายที่เหมาะสมและมีทายาทสืบทอดมรดกตระกูลซู…”
ซูอวี่ตกตะลึง “ลุงสี่ ข้า…ไม่ต้องการแต่งงาน…”
“เจ้าก็อายุมากแล้วแต่กลับไม่ต้องการแต่งงาน…ข้ารู้ว่าเจ้าเจ็บปวดกับความรัก แต่ท้ายที่สุดการแต่งงานก็เป็นสิ่งสำคัญในชีวิต”
“ลุงสี่ไม่ต้องกล่าวถึงมันอีก ใจของข้าตายพร้อมกับคนคนนั้นแล้ว หากท่านบังคับให้ซูอวี่แต่งงานกับผู้อื่น ข้ายอมตายเสียดีกว่า”
“อา…” นายพลผู้นั้นส่ายหัว “เจ้าเด็กน้อย ช่างดื้อดึงยิ่งนัก”
…
ขณะเดียวกัน “ฟิ้ว!” ลมพัดกระโชกรุนแรงจนทหารด้านหน้าพลัดตกจากหลังม้า ขณะที่เงยหน้ามองแสงจันทร์ ลูกธนูก็พุ่งปักที่คอสิ้นใจทันทีและยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
“มีศัตรู! ระวังตัว!!”
ซูอวี่ชักดาบออกว่าพร้อมกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว “ทหารม้าหนักเตรียมโจมตี!”
ทหารม้าหนักด้านหลังพลันยกโล่ขึ้นพร้อมหอกแหลม พวกเขาควบม้าตามซูอวี่เข้าผืนป่าอย่างรวดเร็ว “ฟิ้ว ฟิ้ว!” ศัตรูยิงธนูใส่ทหารม้าหนักอีกครั้งซึ่งมีความแม่นยำมาก มันสามารถยิงผ่านช่องว่างเล็ก