ินเหยียน เฉินฮั่น และคนอื่นๆ
กระนั้นอสูรเกราะนับไม่ถ้วนเข้ามาปิดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่กองกำลังศักดิ์สิทธิ์ล้มตายจนเหลือน้อยกว่าสิบนายภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที แม้แต่เฉินฮั่นก็ถูกตัดแขนขาด
เสียงผู้คนถูกเข่นฆ่าเบาลงเรื่อยๆ กระทั่งถูกเสียงฝนกลบจนหมด ดูเหมือนว่าการต่อสู้จะจบลงแล้ว…
ถูกต้อง…อสูรเกราะมีพลังมหาศาลและยังเป็นอมตะ เพียงตัวเดียวสามารถเผชิญหน้ากับทหารแห่งจักรวรรดิมากว่าสิบนาย ขณะนี้มีอสูรเกราะอยู่ทุกหนแห่งไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนตน เช่นนั้นทหารหนึ่งหมื่นนายของหมินยวี่หลินจะต้านทานได้อย่างไร?
เท้าของหลินมู่อวี่เลอะโคลนขณะที่รอบกายปกคลุมไปด้วยน้ำเต้าทอง เขาไม่แม้แต่จะปิดบังรัศมีวิญญาณยุทธ์โซ่เทวะที่โคจรอยู่รอบใบดาบอีกต่อไป ก่อนจะพุ่งตวัดกระบี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเฉือนอสูรเกราะขาดเป็นสองท่อน และเคลื่อนตัวไปด้านหน้าพร้อมกับทุกคน
…
“มังกรผลึกโลหิต เปิดเส้นทางให้ข้าที!”
เสียงคำรามดังแหวกรอยแยกมิติ ก่อนที่มังกรน้อยจะบินออกมาขย้ำหัวอสูรเกราะในพริบตา มันกัดหางตนเองพร้อมเกล็ดแหลมที่แผ่นหลังตั้งชัน มันพุ่งปะทะอสูรเกราะจนกลายเป็นกองเนื้ออย่างรวดเร็ว
การปรากฏตัวของมังกรผลึกโลหิตทำให้เผ่าปีศาจตกตะลึง พวกมันไม่เคยเห็นสัตว์ประหลาดเช่นนี้มาก่อน
กระนั้นก็ดึงดูดความเกลียดชังของอสูรเกราะมากขึ้น ขวานศึก หอก และอาวุธต่างๆ พุ่งเข้าใส่มังกรน้อยอย่างรวดเร็วจนทำให้เกล็ดหลุดไปหลายชิ้นพร้อมเสียงกรีดร้องดังก้อง
หลินม