งร้อยกลอกตาและชี้มาที่ทั้งสองพร้อมหัวเราะ “เจ้าทั้งสองช่างบังอาจมาโกหกทหารแห่งจักรวรรดิ ไม่ใช่ว่าเมืองตงฉวงกำลังมีสงครามกับจักรวรรดิอี้เหอหรอกรึ? หากเป็นคนของกองทหารหยางเว่ยจริง เหตุใดจึงอยู่ที่นี่? เป็นไปได้หรือว่า…กองทหารพ่ายแพ้แล้ว? แล้วยังเรื่องหลินมู่อวี่ผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์อีก…หนึ่งในสี่วีรบุรุษแห่งเมืองหลันเยี่ยนจะมีหน้าตาขี้แพ้เช่นเจ้าได้อย่างไร?!” ทหารด้านข้างพลันหัวเราะเสียงดัง
ฉินเหยียนขมวดคิ้วและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “กองทหารหยางเว่ยทั้งหมดถูกทำลายแล้ว”
“เจ้าพูดบ้าอะไร?”
ผู้บัญชาการกองร้อยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “สามหาว! ท่านเซินเว่ยโหวทำให้ทั้งแผ่นดินตกตะลึงในการเอาชนะกองทัพเจ็ดหมื่นนายของจักรวรรดิอี้เหอและคงเฉลิมฉลองอยู่ในเมืองตงฉวง พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรจึงกล่าวหาว่ากองทหารหยางเว่ยถูกทำลายแล้ว!!”
………………………………….