ิดสะเอียนเมื่อเห็นศพคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความเฉยเมย พวกเขาไม่ใช่จอมยุทธ์ระดับสูงในวิหารอีกต่อไป แต่เป็นเพียงทหารแห่งจักรวรรดิ…
“ยังไม่มีข่าวคราวจากเมืองหลวงหรือ?” หลินมู่อวี่เอ่ยถาม
“ยังขอรับ”
ฉินเหยียนส่ายหัวพร้อมกล่าวด้วยใบหน้าสิ้นหวัง “พี่ใหญ่เคยเห็นอสูรปีกจากเผ่าปีศาจแล้ว ข้าเดาว่านกส่งสารคงถูกมันฆ่าทั้งหมด มิเช่นนั้นเมืองหลวงคงใช้นกส่งสารมายังเมืองตงฉวงนานแล้ว”
“อือ”
หลินมู่อวี่ครุ่นคิด ฉินเหยียนพูดถูก ไม่มีใครทราบว่าเผ่าปีศาจเริ่มล้อมรอบเมืองตงฉวงตั้งแต่เมื่อใด และอสูรปีกคงปิดกั้นการสื่อสารมานานแล้ว ดังนั้นเมืองตงฉวงจึงไม่สามารถส่งหรือรับนกส่งสารได้ และกลายเป็นสถานที่ที่ถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์ บางทีในสายตาของเผ่าปีศาจ…กองทัพหยางเว่ยคงเป็นเหมือนกระต่ายในกรงขังที่พร้อมจะถูกฆ่าได้ทุกเมื่อ
ฉินเหยียนกล่าวต่อ “ในกองทัพเหลือม้าอยู่ไม่มากแล้ว ราวสามพันตัว ทว่าเกือบครึ่งติดโรคระบาด ทำให้เหลือเพียงหนึ่งพันห้าร้อยตัวเท่านั้น ซึ่งมันไม่เพียงพอสำหรับทหารสามหมื่นนาย ข้าเกรงว่าพวกเราคงอยู่ได้ไม่เกินสามวัน…”
หลินมู่อวี่นิ่งเงียบ ก่อนจะเอ่ยถาม “ท่านเซินเว่ยโหวสั่งให้ฆ่าม้าของเราหรือไม่?”
“มีคำสั่งมาเมื่อเช้า ท่านเซินเว่ยโหวกล่าวว่า นอกจากม้าของข้า พี่ใหญ่ และท่านเฉินฮั่ว ม้าที่เหลือจะถูกส่งไปยังแม่ทัพหมินจ้านในเช้าวันรุ่งขึ้นเพื่อสังหารและแจกจ่าย”
หลินมู่อวี่ผงะ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบม้าที่ตนขี่