ปพร้อมขมวดคิ้ว “มันเป็นเพียงอุกกาบาต ดาวหายนะที่ไหนกัน อย่าปล่อยให้พวกปีศาจปั่นหัวได้!”
ทหารผ่านศึกคุกเข่าลงพร้อมร่างกายที่สั่นสะท้าน “โปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย ข้าไม่บังอาจอีกแล้ว”
หลินมู่อวี่ทนไม่ไหวจนต้องเข้าไปอธิบาย “จะมีดาวขนาดเล็กบางดวงที่บินไปมาอยู่ระหว่างดวงดาว ซึ่งเรียกว่าอุกกาบาต มันเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่ใช่ดวงดาวแห่งหายนะแต่อย่างใด”
ทหารผ่านศึกเข้าใจในสิ่งที่อธิบาย เขาจึงพยักหน้ารับ “ท่านหลินมู่อวี่ช่างปราดเปรื่อง…”
หลินมู่อวี่มองอุกกาบาตขนาดเท่าโม่หินที่กำลังมีไฟลุกไหม้ พลังของมันช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนักซึ่งได้สร้างหลุมขนาดใหญ่รัศมีห้าเมตรบนกำแพงจนสามารถมองทะลุผ่านได้
“รีบซ่อมกำแพงเมืองให้เสร็จก่อนรุ่งสาง ไม่อย่างนั้นเผ่าปีศาจอาจเข้ามาได้ทุกเมื่อ” หลินมู่อวี่ออกคำสั่ง
ผู้บัญชาการกองพันด้านข้างประสานหมัดด้วยความเคารพ “ขอรับท่านแม่ทัพหลวง!”
ชายผู้นี้มาจากกองทัพเมืองชีไห่ซึ่งอาจเคยร่วมศึกด้วยกันที่เมืองหน้าด่านอสูร กระนั้นหลินมู่อวี่ก็ลืมไปนานแล้วว่าทหารผู้นี้คือใคร ราวกับว่าเขามีปัญหาในการจำใบหน้าผู้คน
หลังจากรอกระทั่งอุณหภูมิของอุกกาบาตลดลง หลินมู่อวี่ชักกระบี่วิญญาณมังกรเจาะและเก็บชิ้นส่วนกลับไปยังค่ายราวกับเป็นของที่ระลึกในค่ำคืนนี้
ดูเหมือนพระเจ้าจะรู้ว่าเขาต้องการสิ่งใด เนื่องจากกลยุทธ์ดวงดาราจำเป็นต้องสื่อสารกับดวงดาว และหากหลอมอุกกาบาตที่นำมาอาจทำให้ได้รับพล