กองทัพจักรวรรดิไม่ถึงสิบปี เมื่อคราที่ข้ามาถึงเมืองหลวง เขาไปประจำการที่ชายแดนเมืองโหวจี่แล้ว ดังนั้นจึงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ทว่าหลังจากฟังข่าวลือภายในกองทัพ ได้ยินมาว่าชื่อเสียงของหมินยวี่หลินนั้นดีมาก กระนั้นอาอวี่…เจ้าต้องระวังตัวและอย่าเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง”
“เพราะเหตุใด?” หลินมู่อวี่ตกตะลึง
“เพราะหมินยวี่หลินปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งเซินเว่ยโหว ทว่าเขาเกิดมาในครอบครัวสามัญชนเท่านั้น กล่าวกันว่าทั้งชีวิตของหมินยวี่หลิน เขาเกลียดผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลขุนนางหรือผู้สูงศักดิ์มากที่สุด อย่างไรก็ตามเจ้าเป็นราชบุตรบุญธรรมขององค์จักรพรรดิพระองค์แรก และเป็นพระเชษฐาของเสี่ยวอิน ดังนั้นหมินยวี่หลินคงไม่ต่อต้านเจ้า”
“เป็นเช่นนี้เอง…” หลินมู่อวี่รินสุราและดื่มจนหมดจอก “มิสำคัญนัก อย่างไรข้าก็เป็นเพียงทหารส่งเสบียง กล่าวได้ยากว่าข้าจะสามารถปราบปรามจักรวรรดิอี้เหอในมณฑลหลิงตงตามลำพังได้หรือไม่ ทว่ามีทหารของจักรวรรดิอี้เหอไม่กี่หมื่นนายในมณฑลหลิงตง ซึ่งอาจมิใช่คู่ต่อสู้ของกองทัพกองทหารหยางเว่ย”
“อืม”
เฟิงจี้สิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ข้าเองก็คิดเช่นนั้น อำนาจของจักรวรรดิอี้เหอกำลังลดน้อยลง ปราการที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกมันคือเทือกเขาฉิน หากไม่มีเทือกเขา ข้าเกรงว่ากองทัพหนึ่งแสนนายของจักรวรรดิฉินคงสามารถถล่มทุกตารางนิ้วของจักรวรรดิอี้เหอให้ราบเป็นหน้ากลอง”
จางเหว่ยยิ้ม “ดูเหมือนว่าท่านหลินมู่อวี่จะต้