ย จริงสิพี่อาอวี่ ข้าซื้อศิลาวิญญาณอายุหนึ่งพันถึงสองพันปีจำนวนมากซึ่งได้มาในราคาถูก ท่านสามารถใช้นิลพิศวงเหล่านี้หลอมศาสตราวุธชั้นดี”
หลินมู่อวี่คร่ำครวญ “หลอมอาวุธระดับนิลค่อนข้างอันตราย…ทว่าอย่างน้อยคงต้องหลอมระดับภูต”
“มิเป็นไรเจ้าค่ะ อาจลำบากพี่อาอวี่เล็กน้อย ครานี้เราต้องการศาสตราวุธมากกว่าหนึ่งพันชิ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพให้ร้านค้าจื่อยิน พี่ชาย…คงต้องทรมานจากการทำงานหนัก…”
“แม่ง…”
หลินมู่อวี่มองไปที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “เจ้าดูไม่เหมือนคนที่กำลังเห็นใจข้า…”
“ใครว่าล่ะ…ข้าทุกข์ใจมากเจ้าค่ะ”
จินเสี่ยวถังเดินมาด้านหลังและนวดไหล่หลินมู่อวี่เบาๆ “หากพี่อาอวี่ทำเสร็จ เสี่ยวถังจะนวดไหล่ให้เป็นการชดเชย”
“ไม่เป็นไร…”
หลินมู่อวี่ตบมือนางแผ่วเบาและหัวเราะ “ข้าสวมเกราะไหล่อยู่ จึงไม่รู้สึกถึงแรงบีบ”
จินเสี่ยวถังเอ่ยถามหน้ามุ่ย “พี่อาอวี่ เหตุใดท่านจึงต้องใส่มัน ที่นี่เปรียบเสมือนบ้าน…”
“เมืองหลวงยังไม่สงบสุขนัก”
หลินมู่อวี่กระซิบ “ทุกคนต่างต้องสวมชุดเกราะตลอดเวลา แทบไม่ต้องพูดถึงการที่ข้าเป็นถึงผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์และทหารแห่งจักรวรรดิ นี่คือความเป็นมืออาชีพ เช่นเดียวกับเจ้าในฐานะผู้ค้า เจ้าต้องเรียนรู้การยิ้มและเผชิญหน้ากับผู้คน แม้จะเกลียดพวกเขาก็ตาม”
จินเสี่ยวถังพยักหน้า “อืม ข้าเข้าใจแล้ว จริงสิ…จะให้ข้าส่งวัตถุดิบโอสถ ศิลาวิญญาณ และนิลพิศวงไปยังที่แห่งใด?”
“ให้เว่ยโฉวนำคนจากกองทัพมังกรผง