จี้สิงคว้าดาบสะบั้นวาโยและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาทันที “เจ้า…เจ้าจะมาเอาศพพวกเขาไปใช่หรือไม่? ถอยไปซะ! มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปรานี!”
ซูอวี่ยืนนิ่งงัน “ผู้บัญชาการเฟิงจี้สิง…ท่าน…”
ซูมู่หยุนลงจากม้าพร้อมถือไม้เท้าสีทองมองไปยังเฟิงจี้สิงอย่างไม่แยแส “แม่ทัพเฟิงจี้สิง ทหารสามหมื่นนายของกองทัพองครักษ์ต่างเป็นความภาคภูมิใจของจักรวรรดิ ท่านจะปล่อยให้พวกเขาหลับไหลอยู่ที่นี่หรือ…จะปล่อยให้สัตว์ป่ามาขุดหลุมและกัดกินร่างพวกเขาใช่หรือไม่?”
เฟิงจี้สิงหยุดกะทันหัน ดวงตาเหม่อมองไปยังพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดสีเข้ม
ซูมู่หยุนกล่าวต่อ “ผู้บัญชาการเฟิง องค์หญิงอินยังไม่สิ้นพระชนม์ พระองค์ได้กลับไปยังตำหนักเจ๋อเทียน และทำให้เมืองหลันเยี่ยนตกอยู่ในมือจักรวรรดิอีกครั้ง กองกำลังหลายแสนนายจากมณฑลอวิ้นจงและมณฑลชีไห่กำลังปกป้องเมืองหลันเยี่ยน ส่วนจักรวรรดิอี้เหอได้ถอนกำลังออกไปยังเมืองห้าหุบเขาแล้ว อีกทั้งองค์หญิงอินทรงออกราชโองการให้สร้างอนุสรณ์สถานแห่งจักรวรรดิเพื่อฝังศพทหารของจักรวรรดิผู้สละชีพให้แก่แผ่นดิน ข้าคิดว่านักรบทั้งสามหมื่นนายของกองทัพองครักษ์ควรถูกฝังในอนุสรณ์สถานแห่งจักรวรรดิ ผู้บัญชาการเฟิงคิดว่าอย่างไร?”
เฟิงจี้สิงหันหน้ามองซูมู่หยุนด้วยสายตาแข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่า “ซูมู่หยุน ขณะที่จักรพรรดิถูกล้อมหลายวันและผู้คนถูกเข่นฆ่า เจ้ากลับปล่อยให้เมืองหลันเยี่ยนถูกจักรวรรดิอี้เหอทำลาย ตอนนี้องค์จัก