นอิฐเย็นกระแทกใบหน้าเซี้ยโหวซางจนมีเลือดออกจมูก เซี้ยโฮวซางได้รับบาดเจ็บปางตายอยู่ก่อนแล้ว เขาหันไปมองหน้าผู้ที่โยนอิฐนี้มาก็พบว่าเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบปี ชายผู้นั้นชักดาบยาวพร้อมตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว “ไอ้สารเลว ไปตายซะ!”
ชายหนุ่มหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปในตรอก
เซี้ยโหวซางต้องการไล่ตามไป ทว่าหลินมู่อวี่รีบพูดว่า “เซี้ยโหวกลับมา อย่าไล่ตาม อย่าทำให้ยุ่งยากไปมากกว่านี้เลย”
ใบหน้าเซี้ยโหวซางตกตะลึง ดวงตาของเขาแดงก่ำและมือที่ถือดาบสั่นเล็กน้อย “ท่านแม่ทัพ เซี้ยโหวซางภักดีต่อจักรวรรดิมาตลอดชีวิต มิใช่ว่าเราต่อสู้เพื่อจักรวรรดิและเพื่อปกป้องชาวบ้านในเมืองหรือ? เหตุใดพวกเขาจึงปฏิบัติต่อเราเช่นนี้…ทั้งๆ ที่เซี้ยโหวไม่เคยทำเรื่องผิดพลาดมาก่อนในชีวิต…”
หลินมู่อวี่เอ่ยเสียงแผ่วเบา “เจ้าและข้าต่างก็เป็นทหารของจักรวรรดิ นี่คือสิ่งที่เราต้องแบกรับ ปล่อยมันไปเถิด แล้วกลับค่ายของเรา”
“ขอรับ!”
…
ทันทีที่หลินมู่อวี่เข้าไปในค่ายรังอินทรี ทหารค่ายเขาเหินก็วิ่งเขามาอย่างรวดเร็วพร้อมหัวเราะอย่างร่าเริง “แม่ทัพหลินสำเร็จแล้ว! มันสำเร็จแล้ว!”
“อะไรสำเร็จ?”
“แผนการของพวกเราสำเร็จแล้ว! ทิศที่ตั้งเมืองฉิวเฟิ่งกำลังลุกเป็นไฟ!”
“โอ้?”
หลินมู่อวี่รีบวิ่งไปยังกำแพงทางตอนเหนือ เมื่อก้าวขึ้นไปบนกำแพงก็เห็นริ้วไฟลุกโชนที่ขอบฟ้าทิศตะวันออก แน่นอนว่านั่นคือเมืองฉิวเฟิ่งที่ทหารอาสาใช้กักตุนอาหารและหญ้า ดูเหมือนว่ากลุ่มท