ับ”
ลั่วเจี้ยนแตะจมูกและยิ้มเล็กน้อย “ท่านหลัวอวี่ต้องการศรเศวตรมณีเพิ่มเติม ดังนั้นจึงส่งให้ข้าไปลำเลียงลูกศรหนึ่งแสนดอก ทว่าเมื่อเกวียนทั้งสิบเล่มผ่านประตูทิศเหนือของเมืองหลันเยี่ยน ก็ถูกขัดขวางโดยกองทัพองครักษ์ และถูกพิจารณาว่าลูกศรจำนวนมากเหล่านี้เกินความจำเป็นสำหรับการฝึกวิทยายุทธ์ พวกเขาเชื่อว่ากลุ่มทหารรับจ้างมังกรผงาดกำลังลักลอบขนส่งอุปกรณ์ทางการทหาร”
“จริงหรือ…”
หลินมู่อวี่ยิ้ม “ข้าจะนำตราทหารไปรับลูกศรกลับมาโดยเร็ว กองทัพองครักษ์จะส่งกลับคืนอย่างแน่นอนเมื่อเห็นตราทหารนี้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่องค์จักรพรรดิทรงรับรอง”
“ขอรับ”
“มีอีกหนึ่งสิ่ง”
“สิ่งใดหรือขอรับท่านผู้บัญชาการ?”
“ข้าได้ทูลขอฝ่าบาทให้กระทรวงอุตสาหกรรมหล่อเหรียญตราจักรพรรดิสองหมื่นชิ้นให้พวกเรากลุ่มทหารรับจ้างมังกรผงาด อีกไม่นานพวกเขาจะส่งเหรียญตรามาให้ เจ้านำเหรียญกลับภูเขาหลงหยานและบอกกับเหล่าพี่น้องว่า องค์จักรพรรดิทรงทราบถึงการมีอยู่ของพวกเขา และจดจำทุกคนในฐานะนักรบที่ต่อสู้เพื่อจักรวรรดิ ให้พวกเขาฝึกฝนและพัฒนาประสิทธิภาพการต่อสู้อยู่เสมอ เพื่อเป็นทหารผู้แกร่งกล้าแห่งเมืองหลันเยี่ยน!”
“ขอรับ!” ลั่วเจี้ยนดีใจมาก และพูดด้วยรอยยิ้ม “หากทุกคนเห็นเหรียญตรานี้คงมีความสุขมาก โดยเฉพาะท่านรองผู้บัญชาการหลัวอวี่!”
“อืม…”
หลินมู่อวี่พยักหน้า เขารู้ว่าบรรพบุรุษของหลัวอวี่คือหลัวตงไห่ ซึ่งเป็นอันดับสองจากยี่สิบหกวีรบุรุษขอ