ามายังเมืองอสูร กองทัพเทียนฉงและกองทัพทหารเมืองชีไห่ต่างตกตะลึง ทุกคนพลันยกคันธนูขึ้นเล็งจิ้งจอกตัวนั้นทันที เนื่องจากหลังเกิดสงครามต่อเนื่องหลายวัน…ทำให้ทั้งสองฝ่ายกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของกันและกัน
“ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการสิ่งใดเด็ดขาด วางอาวุธลงซะ”
หลินมู่อวี่ยกแขนขึ้นและกล่าวเสียงดัง “นางมาเพียงคนเดียว และห้ามทำร้ายเด็ดขาด!”
เว่ยโฉวยืนด้านข้างและมองนักปราชญ์อย่างตื่นตัวพร้อมพูดว่า “ท่านแม่ทัพ องค์หญิงอิน องค์หญิงซี และผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงกำลังรอท่านที่กระโจมหลักของค่ายทหารแห่งจักรวรรดิขอรับ”
“อืม ไปกันเถิด”
“เราจะไปพร้อมจิ้งจอกสาวผู้นี้หรือ?”
“ใช่ มิเช่นนั้นที่ผ่านมาคงไม่มีความหมาย”
“ขอรับ!” เว่ยโฉวประสานหมัดและไม่ตั้งคำถามต่อคำสั่งของหลินมู่อวี่อีก นี่เป็นผลจากการใช้ความแข็งแกร่งและกลยุทธิ์ของหลินมู่อวี่ในการชนะใจผู้ใต้บังคับบัญชาเหล่านี้ในการทำศึก
…
ณ กระโจมหลักของกองทัพแห่งจักรวรรดิ เซี้ยโหวซางควบม้านำกลุ่มทหารอวี้หลินลงจากม้าและคุ้มกันทั้งสองด้านของกระโจม หลินมู่อวี่ยื่นมือไปช่วยนักปราชญ์สาวลงจากม้า จากนั้นก็พานางไปยังกระโจมหลัก เมื่อเปิดประตูกระโจมก็พบฉินอิน เฟิงจี้สิง และถังเสี่ยวซียืนอยู่ด้านใน ถังเสี่ยวซีสวมเสื้อคลุมหนาเพื่อปกคลุมหางทั้งเก้า หลินมู่อวี่พลันออกคำสั่งทันทีเมื่อเดินเข้าไป “คุ้มกันให้แน่นหนา และนำทหารออกไปด้านนอก ห้ามผู้ใดเข้ามาในกระโจมเด็ดขาด”
“ขอรับท่านแม่ท