งสงบสุขมาตลอดมิใช่หรือ?”
“หือ?”
ดวงตานักปราชญ์ฉายแววอาฆาต “เจ้าส่งกองทัพมาตามล่าท่านเทพธิดาจิ้งจอกเก้าหาง เช่นนี้เรียกว่าสงบสุขหรือ?”
“เทพธิดาจิ้งจอกเก้าหาง?”
หลินมู่อวี่กล่าว “มันเป็นจิ้งจอกเก้าหาง แม้พวกเราเหล่ามนุษย์จะไล่ล่ามัน แล้วสิ่งนั้นเกี่ยวอะไรกับเจ้า?”
นักปราชญ์พลันสะบัดแขนเสื้อของนาง ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็ลุกโชนทั่วร่างกาย พร้อมหางทั้งสามชูขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่าทางของนางช่างน่าเกรงขาม ปราชญ์จิ้งจอกกล่าวเสียงดัง “เทพธิดาจิ้งจอกเก้าหางเป็นท่านเทพที่พวกเราเผ่าพันธุ์อสูรนับถือ เจ้าพูดเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร?!”
“ช้าก่อน”
หลินมู่อวี่ยกมือขึ้น “อย่ารีบร้อนไป ข้าไม่ใช่ผู้ที่ไล่ล่าและสังหารเทพธิดาจิ้งจอกเก้าหาง ตรงกันข้าม…ข้าเป็นผู้ที่ปกป้องนาง อีกทั้งถังเสี่ยวซีเป็นสหายรักของข้า เช่นนั้นข้าจะสังหารนางได้อย่างไร?”
“จ…เจ้ารู้จักกับท่านเทพธิดาจิ้งจอกเก้าหางหรือ?”
“ไร้สาระ นางชื่อถังเสี่ยวซี เป็นหนึ่งในผู้สืบทอดตระกูลถังแห่งเมืองชีไห่…ช่างหุนหันพลันแล่นยิ่งนักที่โจมตีเมืองอสูรโดยไม่รู้ความจริงแม้แต่น้อย!”
“ร…เรา…”
นักปราชญ์แสดงท่าทีละอายใจและกล่าวว่า “ท่านทหาร…หากท่านรู้จักท่านเทพธิดาจิ้งจอกเก้าหางจริง ให้ข้าได้พบนางได้หรือไม่?”
“หมายความว่าอย่างไร?” หลินมู่อวี่เอ่ยถาม
“นั่นเพราะ…” นักปราชญ์อธิบาย “เผ่าพันธุ์อสูรรอคอยท่านเทพธิดาจิ้งจอกเก้าหางลงมาจุติกว่าหมื่นปี ภารกิจเดียวของพวกเราคือช่