ทหารพลาธิการตอบด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว “คนจากสมาพันธ์โอสถทั้งหนึ่งร้อยคนถูกส่งไปยังแนวหน้าเพื่อช่วยรักษาทหารกองทัพเทียนฉงที่บาดเจ็บขอรับ!”
“บัดซบ!”
แม่ทัพถังตบหน้านายทหารพลางตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “กองทัพเทียนฉงเป็นทหารของจักรวรรดิ แล้วทหารชีไห่อย่างพวกข้าไม่ใช่คนของจักรวรรดิรึ? เหตุใดจึงเลือกปฏิบัติเยี่ยงนี้!?”
“เราไม่ได้เลือกปฏิบัตินะขอรับท่านแม่ทัพ ม…มันเป็นคำสั่งของแม่ทัพอวี่เหวินเซี่ยขอรับ!”
เป็นเวลาเดียวกับที่หลินมู่อวี่และคนอื่นๆ มาถึง ฉือหยิงขมวดคิ้วถาม “เกิดอะไรขึ้นกัน?”
แม่ทัพถังขมวดคิ้วตอบด้วยความโมโห “พวกเจ้าเป็นใครกัน?”
“เสียมารยาท!”
ฉิอหยิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เราได้รับคำสั่งจากองค์จักรพรรดิให้มารับช่วงต่อประตูเมืองอสูรแห่งนี้ ท่านนี้คือหลินมู่อวี่ผู้บัญชาการใหญ่ และข้า…ฉือหยิงเป็นรองผู้บัญชาการ แล้วเจ้าเป็นใคร?”
“ข…ข้าคือแม่ทัพถังเจิ้นแห่งเมืองชีไห่…”
ถังเจิ้นเงยหน้ามองหลินมู่อวี่พลางเช็ดเลือดตรงมุมปาก “ท่านแม่ทัพ หากท่านเป็นผู้บัญชาการที่มารับช่วงต่อ ได้โปรดสั่งการให้หน่วยพยาบาลช่วยรักษาพี่ของข้าโดยทันทีด้วยเถิด เขาคงรอดได้อีกไม่นาน…ฝีมือยิงธนูของอสูรหริณะนั่นน่ากลัวยิ่ง เรา…”
หลินมู่วี่หยักหน้า “แม่ทัพถังเจิ้น โปรดสงบใจก่อน อีกเดี๋ยวจะมีหน่วยพยาบาลมา”
“ขอบพระคุณท่านแม่ทัพ!”
“ตามมาทางนี้”
“ขอรับ!”
กระโจมของกองทัพอวี้หลินอยู่กลางเมืองหน้าด่านอสูรที่ถูกอารักขาโดยกอ