ยวซีส่องโชติช่วงอยู่เบื้องหน้าถังปิน ตราบที่นางใช้พลัง…ถังปินจะถูกตรึงและกดทับพลังไว้ ทว่าเสี่ยวซีมิอาจลงมือ พลังของผนึกจุติจึงอันตรธานหายไปเหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น
“ฟู่…”
ถังปินยืนร่างสั่นเทิ้มทว่าหาได้สำนึกไม่ ยังมุ่งแต่จะฆ่าถังเสี่ยวซีเพียงเท่านั้น เขาตะคอกด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ถังมิน ถังเฉียง ถังฉี! พวกเจ้ารออะไรกัน ยิงมันเดี๋ยวนี้!”
เหล่าคนสนิทของถังปินยกคันธนูยาวยิงฝนธนูออกไป!
ผลที่ตามมาของศรพิษอัคคีเหล่านี้ไม่สามารถคาดเดาได้หากถูกมันยิงเข้า ถังห่าวเมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบตะโกนขึ้น “ช้าก่อนท่านอ๋องน้อย นั่นเสี่ยวซีนะขอรับ!”
น้ำตาเอ่อนองในตาของถังห่าว ด้วยไม่รู้จะหยุดคนที่เต็มไปด้วยจิตสังหารเช่นถังปินได้อย่างไร
ใต้แสงจันทรา ถังเสี่ยวซีแหวกว่ายอยู่กลางอากาศพลางสะบัดหางเพลิงทั้งเก้าปัดเบี่ยงศรที่พุ่งเข้าหา ขณะเดียวกัน เปลวเพลิงรอบกายของนางยิ่งโหมแรงทวีคูณ นางสามารถสังหารหมู่คนตรงหน้าได้ราวมดปลวก ทว่ามิอาจจะทำร้ายได้ลง…เพราะคนพวกนี้เคยช่วยชุบเลี้ยงตนจนเติบใหญ่ ทั้งยังเคยเล่นสนุกกันครั้งเยาว์วัย
“ชิ้ง!”
ถังปินชักกระบี่จากเอวของบริวารด้วยแววตาหวาดกลัว เขายืนขึ้นและฟันไปในอากาศ สามคลื่นแสงจากดาบสะท้อนออกไปหาถังเสี่ยวซีโดยตรง!
“ตูมๆๆ…”
เสียงกัมปนาทดังขึ้นสามครั้ง พลังอันเหลือล้นจากหางเพลิงก็ป้องกันการโจมตีจากถังปินได้อย่างง่ายดาย ถังเสี่ยวซีแบมือ แสงสีทองของผนึกวิญญาณปรากฏขึ้น “ท่านพี่