งแข็งทะยานขึ้นท้องนภา เกิดแสงสว่างจ้าราวกับเป็นเวลากลางวัน และทำให้เห็นกล้ามเนื้อของจิงเหลาที่บวมเปล่งดูน่ากลัวยิ่งขึ้น
“อั่ก…” หลินมู่อวี่กระอักเลือดพร้อมถอยออกไปสองสามก้าว พลังของเขาด้อยกว่า…
กระนั้นสภาพของจิงเหลาก็ไม่สู้ดีนัก เขารู้สึกชาไปทั้งแขน ความแข็งแกร่งของหนึ่งประทีปทรงพลังมาก แม้จะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่จิงเหลา ทว่าก็ทำให้รู้สึกแย่
“เหอะ เก่งเหมือนกันนี่!”
เฒ่าจิงยิ้มเยาะก่อนจะประสานมือเข้าด้วยกัน ก่อเกิดน้ำค้างแข็งเกาะบนร่างกายอย่างเชื่องช้า เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและกล่าวว่า “บังคับให้สัตว์ร้ายเช่นข้าเอาจริงได้ คงถึงจุดจบของเจ้าแล้ว เตรียมตัวตายซะ!”
หลินมู่อวี่เช็ดเลือดออกจากมุมปากและอดไม่ได้ที่จะยิ้มขณะที่ก้มเก็บกระบี่เล่มยาว วิญญาณยุทธ์น้ำเต้าพลุ่งพล่านอย่างดุเดือดพัดเสื้อคลุมหลินมู่อวี่ปลิวไสวดูสง่างามและน่าเกรงขามซึ่งดูเหมือนแม่ทัพจากสรวงสวรรค์ที่ลงมาจุติ ครานี้หลินมู่อวี่ข้ามพลังสองประทีปและสามประทีป เนื่องจากพลังทางจิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากจากการฝึกยุทธ์จนสามารถควบคุมพลังสี่ประทีปได้ เมื่อผสานกับแก่นเพลิงมังกรที่หลั่งไหลจากแขนเข้าสู่กระบี่ พลังสีประทีปก็พวยพุ่งปกคลุมทั่วใบดาบ
เฒ่าจิงระเบิดความโกรธทันใด ฝ่ามือทั้งสองประสานเข้าด้วยกัน ทันใดนั้นเขาก็เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมตะโกนลั่น “จงตายซะ! พิภพเยือกแข็ง!”
หลินมู่อวี่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด เขาฟาดกร