้าไม่ได้มีกองกำลังลับใดๆ ด้วยในจักรวรรดิแห่งนี้มีเพียงเชื้อพระวงศ์เท่านั้นที่สามารถตั้งกองกำลังส่วนพระองค์ได้ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้กันดีอยู่แล้ว ข้าเองก็ไม่รู้วิธีแหกกฎพวกนั้นเสียด้วยสิ…”
เจิ้งอี้ฝานเลิกคิ้วขึ้น “เยี่ยมไปเลยท่าน”
เจิ้งอี้ฝานหันไปบอกฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ยินดีกับท่านฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนที่ได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองกำลังเขาเหินด้วย ช่วงนี้ข้าค่อนข้างยุ่งจึงไม่มีเวลามาแสดงความยินดีก่อนหน้านี้ อ้อ…เจิ้งเซียงน้องสาวข้าก็รู้เรื่องที่ท่านได้รับตำแหน่งแล้วเช่นกัน ข้าจึงถือโอกาสนี้กล่าวยินดีกับท่านในนามของนางอีกครั้ง!”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย พลันเดินไปขวางหน้าเจิ้งอี้ฝานก่อนจะคำนับ “ท่านเสินโหว เรื่องอันใดที่ท่านกับแม่นางเจิ้งเซียงกำลังบาดหมางกันอยู่ข้าเองก็มีส่วนผิด ขอโปรดอย่าได้กล่าวโทษนางเลย…มันเป็นความผิดของข้าเองที่ทำให้นางถูกขังอยู่จวนเสินโหว ข้าหวังว่าท่านจะยกโทษให้เจิ้งเซียงได้”
เจิ้งอี้ฝานแสยะยิ้ม “ท่านผู้บัญชาการฉู่เองก็ไม่ใช่เด็กแล้วและเจิ้งเซียงก็ถูกตามใจมาตั้งแต่ยังเด็ก ข้าคงจะปล่อยให้นางไปหาท่านที่จวนไม่ได้อีก ยอมแพ้และมาทำข้อตกลงกันดีหรือไม่?”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนขมวดคิ้วพลางคำนับและกล่าว “ตราบใดที่ท่านปล่อยแม่นางเจิ้งเซียง ข้าก็จะยอมแพ้และลืมนางเสียราวกับไม่เคยเจอกันมาก่อน”
“ข้าจะจำที่ท่านพูดไว้!”
เจิ้งอี้ฝานคำนับ “ขอขอบคุณความกรุณาของท่านผู้บัญชาก