เปลี่ยนไปจับตะเกียบ “แล้วตอนนี้เฟิงจี้สิงมิใช่คนเที่ยงธรรมแล้วอย่างนั้นรึ?”
“หากท่านพี่ไม่ทำสิ่งนั้นในป่าล่ามังกร ท่านพี่ก็ยังคงเป็นวีรบุรุษของข้าอยู่”
หลินมู่อวี่มองเฟิงจี้สิงด้วยสายตาอันเฉียบแหลมราวกับจะจับโกหกเฟิงจี้สิง
เฟิงจี้สิงสะดุ้งก่อนจะชี้นิ้วไปยังผู้ติดตามที่อยู่ด้านนอก “พวกเจ้าออกไปเสีย ข้าไม่อนุญาตให้ใครผ่านบริเวณนี้ หากข้าไม่ออกไป อย่าให้ผู้ใดเข้ามา”
“ขอรับท่านผู้บัญชาการ!” ทหารกององครักษ์ทั้งสี่รีบออกไปโดยพลัน
เฟิงจี้สิงค่อยๆ ยกเปลือกที่อันหนักอึ้งจากอาการเมา มองหน้าหลินมู่อวี่ก่อนจะกล่าว “อาอวี่ เจ้าสงสัยพี่เฟิงผู้นี้หรือ?”
“ใช่แล้ว ข้าสงสัยท่าน”
หลินมู่อวี่ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มด้วยสีหน้าเมามายก่อนจะกล่าว “เซี่ยงอวี้ไม่ได้สั่งให้ทหารสองพันนายเข้าสังหารซูฉิน และเซี่ยงอวี้ไม่รู้ว่าซูฉินอยู่ไหนในป่าล่ามังกร มีเพียงท่าน…ท่านคือคนเดียวที่ติดตามซูฉินไปตามถนนอวิ้นจงสายเก่า และท่านคนเดียวเท่านั้นที่สามารถนำกองกำลังสองพันคนลอบสังหารซูฉิน”
เฟิงจี้สิงมองหลินมู่อวี่อย่างนิ่งเงียบ ก่อนจะหัวเราะออกมา “อาอวี่…เจ้าปราดเปรื่องจนข้ากลัวเลยล่ะ หากเจ้าคิดว่าเฟิงจี้สิงผู้นี้เป็นคนทำ ก็จงชักกระบี่วิญญาณมังกรของเจ้าสังหารข้าเสีย ข้ารู้ดีว่าข้าคงสู้เจ้าไม่ได้…ฉะนั้นจึงไม่ยากเลยที่จะสังหารข้าเสียตอนนี้”
หลินมู่อวี่ขมวดคิ้ว “ท่านพี่เฟิง เหตุท่านจึงต้องฆ่าซูฉินผู้เป็นลุงของเสี่ยวอินด้วย?”
“ก็เพรา