ด้านหลังฉินจิ้นพร้อมนวดไหล่ให้เบาๆ “เสด็จพ่อ การตรวจสอบเซี่ยงอวี้เป็นอย่างไรบ้างเพคะ?”
ฉินจิ้นหรี่ตาลงและกล่าวว่า “ในวันที่แม่ทัพซูฉินถูกสังหาร เซี่ยงอวี้ไม่มีหลักฐานแน่ชัดถึงสถานที่ที่เขาอยู่ ดังนั้นเซี่ยงอวี้จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพัวพันนี้ได้ ทว่าขณะนี้เขายังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาและไม่ยอมรับสารภาพ ผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงกำลังสอบปากคำเขาอยู่”
“จะเกิดอะไรขึ้นหากเซี่ยงอวี้ไม่ยอมสารภาพผิด?” ฉินอินเอ่ยถาม
ฉินจิ้นกัดฟันและกล่าวอย่างเย็นชา “แม้ว่าแม่ทัพซูฉินจะมิได้ถูกเซี่ยงอวี้สังหารด้วยตนเอง แต่ก็ต้องเป็นคนที่เขามอบหมาย อีกทั้งเซี่ยงอวี้เป็นลูกหลานของเทพทหารเซี่ยงเหวินเทียน เขามักทะนงตนในชื่อเสียงของตนเองในเมืองหลวงมาก ข้าจึงคิดว่า…จะถอดเซี่ยงอวี้ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการและเนรเทศไปที่มณฑลทงเทียน เสี่ยวอินคิดว่าอย่างไร?”
ฉินอินเผยยิ้ม “เสด็จพ่อทรงมีพระปรีชายิ่ง ลูกเคยได้ยินว่าเซี่ยงอวี้และเจิ้งอี้ฝานมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิด การเก็บเขาไว้จะเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจของจักรวรรดิ ดังนั้นการเนรเทศเซี่ยงอวี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด กระนั้นค่ายสารวัตรทหารก็มีกฏของตนเอง ทำให้บทบาทของผู้บัญชาการมีความสำคัญมาก เราควรเลือกใครดีเพคะ?”