่องจริง…โอ้ พระเจ้า มันช่าง…น่าแค้นเคืองยิ่งนัก หญิงชราได้อุทิศตนเพื่อจักรวรรดิ แล้วซูฉินทำเช่นนี้ลงได้อย่างไร! ท่านเซี้ยงอวี้ข้าเสียใจด้วยจริงๆ”
ฝ่ามือเซี้ยงอวี้เลื่อนไปบนด้ามดาบอย่างแผ่วเบา “ข้าจะไปหาท่านแม่ในวันรุ่งขึ้น ขอบคุณท่านเสินโหวสำหรับความห่วงใย ข้าสบายดี และรู้ว่า…นี่เป็นความผิดของท่านลุงหูเถี่ยหนิง มิใช่แม่ทัพซูฉิน”
“ท่านเซี้ยงอวี้และแม่ทัพซูฉินต่างก็เป็นเสาหลักของจักรวรรดิ เป็นเมล็ดพันธุ์ของชาติ หากเกิดความขัดแย้งระหว่างท่านทั้งสองคงไม่ดีแน่…”
“ฮ่าๆ เสินโหวมิต้องกังวล ข้าทำงานเพื่อจักรวรรดิร่วมกับแม่ทัพซูฉินได้โดยไม่มีความขุ่นเคืองใจ”
“ดี เช่นนั้นเข้าไปในงานเลี้ยงฉลองของแม่ทัพซูฉินกันเถิด”
“อืม เข้าไปกัน!”
“ท่านเซี่ยงอวี้เชิญขอรับ!”
…
คืนนี้มีแขกมาร่วมงานเกือบสามร้อยคน จักรพรรดิฉินจิ้นประทับบนบัลลังก์ของตำหนักเจ่อเทียน ด้านข้างมีโต๊ะของผู้บัญชาการฉินเหลยและเฟิงจี้เสิง ซึ่งมิได้หมายความว่าสถานะพวกเขาสูงมากเพียงใด ทว่าพวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องจักรพรรดิ และเพื่อความปลอดภัย โต๊ะของฉินอินและเสี่ยวซีถูกจัดไว้ที่ด้านซ้ายของหลินมู่อวี่ เพื่อที่เขาจะสามารถปกป้องพวกนางได้
ไกลออกไปคือโต๊ะของฉู่ฮว่ายเหมี่ยน จางเหว่ย เว่ยโฉว และคนอื่นๆ เหล่าทหารอวี้หลินที่เข้าสู่ขอบเขตนภาถูกจัดที่นั่งไว้ให้แล้วพร้อมอาวุธพวกเขา สำหรับคนนอกอย่างเหล่าแม่ทัพต่างเมืองและเสนาบดีจำเป็นต้องปลดอาวุธก่อนเ